ข่าวประชาสัมพันธ์
imec สาธิตให้เห็นกระบวนการผลิตนาโนพอร์แบบโซลิดสเตตระดับเวเฟอร์เต็มแผ่นโดยใช้เทคโนโลยีลิโธกราฟี EUV ได้สำเร็จเป็นครั้งแรก
![]() |
ความก้าวหน้าครั้งสำคัญนี้เปิดทางสู่การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีตรวจจับชีวภาพที่มีความแม่นยำสูงและรองรับการผลิตในปริมาณมาก ในงานด้านวิทยาศาสตร์ชีวภาพและการดูแลสุขภาพ
เลอเวิน, เบลเยียม, 9 ธันวาคม 2568 /PRNewswire/ —
- imec ประสบความสำเร็จในการผลิตนาโนพอร์ (nanopore) แบบโซลิดสเตตบนเวเฟอร์ขนาด 300 มม. ในระดับเวเฟอร์เต็มแผ่น (wafer-scale) โดยใช้เทคโนโลยีลิโธกราฟี EUV เป็นครั้งแรก นวัตกรรมล้ำยุคนี้เข้ามาพลิกโฉมเทคโนโลยีนาโนพอร์ จากแนวคิดระดับห้องปฏิบัติการไปสู่แพลตฟอร์มที่สามารถผลิตได้จริงในระดับอุตสาหกรรม เพื่อรองรับงานด้านการตรวจจับชีวภาพ (biosensing) จีโนมิกส์ (genomics) และโปรตีโอมิกส์ (proteomics)
- นาโนพอร์ได้รับการยกย่องว่าเป็นปัจจัยที่เปลี่ยนโฉมวงการสำหรับสาขาจีโนมิกส์และโปรตีโอมิกส์ แต่จนถึงปัจจุบัน นาโนพอร์แบบโซลิดสเตตยังไม่เคยถูกนำไปผลิตเป็นจำนวนมากมาก่อน เนื่องจากมีปัญหาความแปรผันของโครงสร้างและความท้าทายในการบูรณาการเข้ากับระบบ ผลงานความก้าวหน้าครั้งสำคัญของ imec ในครั้งนี้ช่วยเปิดทางสู่การสร้างแผงไบโอเซนเซอร์ (biosensor array) ที่รองรับกระบวนการผลิตร่วมกับเทคโนโลยี CMOS และมีประสิทธิภาพสูงโดยสามารถตรวจวัดตัวอย่างจำนวนมากได้ ซึ่งอาจเร่งความก้าวหน้าด้านการแพทย์เฉพาะบุคคล (personalized medicine) การวินิจฉัยโรคอย่างรวดเร็ว และการจัดเก็บข้อมูลระดับโมเลกุล
- การผลิตนาโนพอร์แบบโซลิดสเตตที่มีขนาดเล็กถึง ~10 นาโนเมตรบนเวเฟอร์ขนาด 300 มม. ด้วยการใช้เทคโนโลยีลิโธกราฟี EUV โดยมีความสม่ำเสมอสูงทั่วทั้งแผ่น กระบวนการผลิตนี้แสดงให้เห็นถึงศักยภาพที่จะสามารถสร้างรูขนาดเล็กกว่า 5 นาโนเมตรได้ หากมีการปรับปรุงเทคนิคต่าง ๆ เพื่อบูรณาการกระบวนการเพิ่มเติม โดยผลการวิเคราะห์คุณลักษณะของกระบวนการเคลื่อนผ่าน (translocation) ทางชีวโมเลกุลและไฟฟ้า เผยให้เห็นถึงอัตราส่วนสัญญาณต่อสัญญาณรบกวนสูงถึง 6.2
- "imec อยู่ในตำแหน่งโดดเด่นและพร้อมเต็มที่สำหรับการก้าวกระโดดสู่ความก้าวหน้านี้ เราสามารถนำเทคโนโลยีลิโทกราฟี EUV ซึ่งแต่เดิมใช้เฉพาะการผลิตชิปเมมโมรีและลอจิก มาประยุกต์ใช้กับวิทยาศาสตร์ชีวภาพได้ ด้วยการใช้ประโยชน์จากโครงสร้างพื้นฐานด้านลิโทกราฟีของเรา เราได้แสดงให้เห็นว่าสามารถผลิตนาโนพอร์แบบโซลิดสเตตในปริมาณมากได้ พร้อมยังมีความแม่นยำที่จำเป็นต่อการตรวจจับโมเลกุล" Ashesh Ray Chaudhuri ผู้เขียนหลักและผู้จัดการโครงการวิจัยและพัฒนา (R&D) ของ imec กล่าว "สิ่งนี้ช่วยเปิดโอกาสไปสู่การพัฒนาแผงไบโอเซนเซอร์ประสิทธิภาพสูงที่ตรวจวัดตัวอย่างจำนวนมากได้ เพื่อนำไปใช้งานด้านการดูแลสุขภาพและการใช้งานอื่น ๆ อีกมากมาย"
เกี่ยวกับ imec
imec เป็นศูนย์กลางการวิจัยและนวัตกรรมชั้นนำระดับโลกในด้านเทคโนโลยีเซมิคอนดักเตอร์ขั้นสูง บริษัทใช้ประโยชน์จากโครงสร้างพื้นฐานด้านวิจัยและพัฒนาที่ล้ำสมัยระดับแนวหน้า และความเชี่ยวชาญจากพนักงานกว่า 6,500 คน เพื่อขับเคลื่อนนวัตกรรมด้านการพัฒนาและขยายขีดความสามารถของเซมิคอนดักเตอร์และระบบ ปัญญาประดิษฐ์ โฟโตนิกส์บนซิลิคอน การเชื่อมต่อสื่อสาร และเทคโนโลยีการตรวจจับ
การวิจัยล้ำสมัยของ imec เป็นพลังขับเคลื่อนให้เกิดความก้าวหน้าครั้งสำคัญในหลายอุตสาหกรรม ไม่ว่าจะเป็นคอมพิวติ้ง สุขภาพ ยานยนต์ พลังงาน อินโฟเทนเมนต์ อุตสาหกรรม การเกษตรและอาหาร ไปจนถึงด้านความปลอดภัย ผ่านบริการ IC-Link imec พร้อมให้คำแนะนำแก่บริษัทต่าง ๆ ในทุกขั้นตอนของการพัฒนาชิป ตั้งแต่แนวคิดเริ่มต้นไปจนถึงการผลิตเต็มรูปแบบ โดยมอบโซลูชันที่ปรับแต่งเฉพาะ เพื่อรองรับทั้งความต้องการด้านการออกแบบและการผลิตที่ล้ำสมัยที่สุด
imec ร่วมมือกับผู้นำระดับโลกทั่วทั้งห่วงโซ่มูลค่าเซมิคอนดักเตอร์ ตลอดจนบริษัทเทคโนโลยี สตาร์ตอัป มหาวิทยาลัย และสถาบันวิจัยทั้งในแฟลนเดอร์สและทั่วโลก สำนักงานใหญ่ของ imec ตั้งอยู่ที่เมืองเลอเวิน ประเทศเบลเยียม และมีศูนย์วิจัยหลายแห่งในเบลเยียม กระจายอยู่ทั่วยุโรปและสหรัฐอเมริกา รวมถึงมีตัวแทนในสามทวีป โดยในปี 2567 imec รายงานรายได้รวม 1.034 พันล้านยูโร สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม โปรดเยี่ยมชมเว็บไซต์ www.imec-int.com
ข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับเต็ม: https://www.imec-int.com/en/press/imec-demonstrates-first-wafer-scale-fabrication-solid-state-nanopores-using-euv-lithography
โลโก้ – https://mma.prnasia.com/media2/2839859/imec_Logo.jpg?p=medium600
The information provided in this article was created by Cision PR Newswire, our news partner.The author's opinions and the content shared on this page are their own and may not necessarily represent the perspectives of ThailandChina.




You must be logged in to post a comment Login