ข่าวประชาสัมพันธ์
GREEN TEA GROUP ประกาศผลประกอบการประจำปี 2568
การเติบโตของรายได้และกำไรอย่างแข็งแกร่ง ตอกย้ำสถานะผู้นำธุรกิจร้านอาหารจีน
หางโจว, ประเทศจีน, 24 มีนาคม 2569 /PRNewswire/ — ในปี 2568 ท่ามกลางสภาพแวดล้อมการดำเนินงานที่ท้าทาย Green Tea Group ได้เติบโตอย่างรวดเร็วด้วยการใช้ประโยชน์จากมรดกแบรนด์ที่สั่งสมมายาวนานกว่า 20 ปี กลุ่มบริษัทมีรายได้ 4,762.97 ล้านหยวน เพิ่มขึ้น 24.1% เมื่อเทียบรายปี กำไรสุทธิปรับปรุงอยู่ที่ 508.89 ล้านหยวน เพิ่มขึ้น 41.0% จำนวนสาขารวมเพิ่มเป็น 609 แห่ง เติบโต 31.0% ตอกย้ำความแข็งแกร่งในฐานะแบรนด์ที่ "เขียวชอุ่มตลอดปี"
สามองค์ประกอบหลักของแบรนด์ วางรากฐานการเติบโต
จากจุดเริ่มต้นในฐานะโฮสเทลเยาวชนริมทะเลสาบซีหู Green Tea ได้พัฒนาสามองค์ประกอบหลักได้แก่ อาหารฟิวชัน ความคุ้มค่า และสไตล์จีนร่วมสมัย ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญในการรับมือกับวัฏจักรเศรษฐกิจและการสร้างแบรนด์ระดับประเทศ
อาหารจีนฟิวชันผสานอาหารท้องถิ่นจากหลายภูมิภาค และปรับเมนูให้เหมาะสมกับพื้นที่ ทำให้ Green Tea ประสบความสำเร็จในภูมิภาคต่าง ๆ เช่น ปักกิ่ง กวางตุ้ง เจ้อเจียง และเสฉวน สร้างเครือข่ายทั่วประเทศ แนวคิดความคุ้มค่าเน้นตอบโจทย์ผู้บริโภค ปรับโครงสร้างต้นทุนเพื่อมอบประสบการณ์การรับประทานอาหารที่แข่งขันได้ ขณะที่สไตล์จีนร่วมสมัยดึงแรงบันดาลใจจากวัฒนธรรมดั้งเดิม สร้างบรรยากาศการรับประทานอาหารที่สง่างามแบบคลาสสิก องค์ประกอบหลักทั้งสามส่วนเสริมกันและเป็นแรงผลักดันการเติบโตอย่างต่อเนื่องและความแข็งแกร่งของร้าน
ตัวชี้วัดทางการเงินปรับตัวดีขึ้นทุกด้าน
ด้วยแรงหนุนจากองค์ประกอบของแบรนด์ การขยายสาขา และประสิทธิภาพการดำเนินงาน ทำให้ Green Tea ทำผลงานอย่างโดดเด่นในปี 2568 แสดงให้เห็นถึงการเติบโตขั้นสูงและความแข็งแกร่งด้านกำไร
รายได้ยังคงเติบโตแข็งแกร่ง แตะ 4.76 พันล้านหยวน เพิ่มขึ้น 24.1% สูงกว่าอุตสาหกรรมโดยรวม ตามข้อมูลของ CIC ระบุว่า Green Tea กลายเป็นแบรนด์ร้านอาหารสไตล์จีนรายใหญ่อันดับสามของจีน (ไม่รวมหม้อไฟ/ปลาย่าง) ขณะที่การเติบโตของกำไรแข็งแกร่งยิ่งกว่า โดยกำไรสุทธิปรับปรุงแตะที่ 509 ล้านหยวน เพิ่มขึ้น 41.0% อัตรากำไรสุทธิปรับปรุงเพิ่มขึ้น 1.3 จุดเปอร์เซ็นต์ เป็น 10.7% และ ROE อยู่ที่ 29%
โครงสร้างต้นทุนได้รับการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง โดยต้นทุนวัตถุดิบทรงตัวด้วยอานิสงส์จากขนาดธุรกิจ โมเดลซัพพลายเชนรุ่นที่สามที่ผสาน "ซัพพลายเออร์หลัก โลจิสติกส์โซ่ความเย็นดิจิทัล และครัวอัจฉริยะ" ช่วยสร้างพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ การจัดซื้อรวมศูนย์ และการลดต้นทุนขนส่ง ควบคู่การบริหารแบบลีน ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นปี 2568 เพิ่มขึ้นราว 1.8 จุดเปอร์เซ็นต์ พร้อมคงคุณภาพวัตถุดิบ
ด้านต้นทุนแรงงานมีประสิทธิภาพดีขึ้นจากการใช้ระบบดิจิทัลและการปรับกระบวนการ โดยกลุ่มบริษัทคงสัดส่วนต้นทุนแรงงานที่มั่นคง พร้อมยกระดับค่าตอบแทนพนักงาน ขณะที่ค่าเช่าและค่าเสื่อมราคาลดลง 1.0 จุดเปอร์เซ็นต์ จากการออกแบบและตกแต่งที่เหมาะสม ด้านค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ยังคงควบคุมได้ดี การปรับโครงสร้างต้นทุนดังกล่าวช่วยเสริมจุดยืนความคุ้มค่า พร้อมเพิ่มความสามารถทำกำไร
ความก้าวหน้าครั้งสำคัญในรูปแบบร้านค้า เครือข่าย และการขยายธุรกิจในต่างประเทศ
ปี 2568 ถือเป็นปีแห่งความก้าวหน้าทั้งด้านการดำเนินงานในร้าน การขยายทั่วประเทศ และการพัฒนาตลาดต่างประเทศ
ความยืดหยุ่นของโมเดลร้านคือสิ่งเห็นได้ชัดเจน โดยยอดขายสาขาเดิมลดลงเพียง 0.8% ดีกว่าอุตสาหกรรมโดยรวม และมีการลดลงที่แคบลงในทุกไตรมาสและกลับมาเป็นบวกตั้งแต่ไตรมาส 2 ขณะที่ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อหัวสำหรับการรับประทานในร้านยังทรงตัว ด้านอัตราหมุนเวียนโต๊ะมีเสถียรภาพ ธุรกิจเดลิเวอรีเพิ่มจาก 18.8% เป็น 25.3% โดยเน้นที่ "เมนูจานเดี่ยว" เป็นปัจจัยในการเติบโตใหม่ รูปแบบร้านใหม่ยังได้รับการพิสูจน์แล้วผ่านยอดขายในร้านต่อพื้นที่ของสาขาใหม่ประจำปี 2568 ซึ่งอยู่ที่ 1,953 หยวนต่อเดือน สูงกว่าสาขาเดิม 48.4% ด้านระยะเวลาคืนทุนต่อสาขาอยู่ที่ 12.6 เดือน อัตราผลตอบแทนการลงทุนสาขาใหม่ 73.1% และสาขาในเมืองระดับล่างมีอัตรากำไรสูงกว่าเมืองระดับหนึ่ง
เครือข่ายสาขาทั่วประเทศมีความแข็งแกร่งและเจาะตลาดในเมืองรองมากขึ้น ด้วยการยึดมั่นในกลยุทธ์ "การขยายตลาดในระดับภูมิภาค + การเจาะตลาดระดับรองอย่างกว้างขวาง" โดยกลุ่มบริษัทเปิดสาขาใหม่ 157 แห่ง รวมมากกว่า 600 แห่ง ครอบคลุมเกือบ 150 เมือง รักษา CAGR ไว้ที่ราว 30% กลยุทธ์การขยายตลาดในเมืองหลักที่แตกต่างกันช่วยเสริมสร้างอิทธิพลของแบรนด์ ขณะที่ในตลาดระดับรอง บริษัทได้เข้าสู่เมืองใหม่ 16 เมืองที่อยู่ต่ำกว่าระดับที่สอง อย่างไรก็ตาม จำนวนร้านค้าเฉลี่ยต่อเมืองและต่อประชากรหนึ่งล้านคนยังคงต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรม ซึ่งบ่งชี้ว่ายังมีโอกาสในการขยายตลาดอีกมาก
การขยายสู่ต่างประเทศยังสร้างความก้าวหน้าครั้งใหญ่ โดยปี 2568 ถือเป็น "ปีแห่งการขยายสู่ต่างประเทศ" อย่างแท้จริง เริ่มต้นจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และขยายอย่างมั่นคง โดย ณ สิ้นปีมีสาขาต่างประเทศรวม 14 แห่งในสิงคโปร์ ไทย มาเลเซีย และฮ่องกง ประเทศจีน รายได้ต่างประเทศเพิ่มขึ้น 16 เท่าเมื่อเทียบรายปี อยู่ที่ราว 140 ล้านหยวน และกลายเป็นปัจจัยการเติบโตใหม่
จากร้านเล็ก ๆ ริมทะเลสาบซีหูสู่ผู้นำระดับประเทศ ผลการดำเนินงานปีแรกหลังเข้าจดทะเบียนของ Green Tea เป็นทั้งบทสรุปความสำเร็จและจุดเริ่มต้น สำหรับปี 2569 Green Tea จะยึดมั่นใน "อาหารฟิวชัน ความคุ้มค่า และสไตล์จีนร่วมสมัย" โดยใช้ผลิตภัณฑ์คุณภาพและการดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพ ขับเคลื่อนกลยุทธ์การพัฒนาอย่างยั่งยืน และสร้างคุณค่าเพิ่มแก่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่าย
เกี่ยวกับ Green Tea Group Limited
Green Tea Group เป็นผู้ดำเนินธุรกิจร้านอาหารจีนสไตล์แคชวลที่มีชื่อเสียงในจีนแผ่นดินใหญ่ ด้วยราคาที่เข้าถึงได้ อาหารจีนฟิวชัน และการตกแต่งที่ได้รับแรงบันดาลใจจากวัฒนธรรมจีนดั้งเดิม บริษัทมุ่งมั่นส่งมอบความคุ้มค่าให้แก่ลูกค้า ด้วยวิสัยทัศน์ดังกล่าว บริษัทได้เปิดตัว Green Tea Youth Hostel แห่งแรกในปี 2547 บริเวณชายฝั่งทะเลสาบซีหู เมืองหางโจว ซึ่งนับเป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราวแบรนด์ Green Tea ทั้งนี้ ณ สิ้นปี 2568 เครือข่ายร้านอาหารของบริษัทประกอบด้วยร้านอาหาร 609 แห่ง ครอบคลุมเกือบ 150 เมืองทั่วประเทศ ตามรายงานของ CIC บริษัทอยู่ในอันดับสามของภาคธุรกิจร้านอาหารจีน (ไม่รวมหมวดฟาสต์ฟู้ด หม้อไฟ และปลาย่าง) ในด้านรายได้ตามแบรนด์ ประจำปี 2568
Source : GREEN TEA GROUP ประกาศผลประกอบการประจำปี 2568
The information provided in this article was created by Cision PR Newswire, our news partner.The author's opinions and the content shared on this page are their own and may not necessarily represent the perspectives of ThailandChina.


