ข่าวประชาสัมพันธ์
DaVinci Gourmet แบรนด์โซลูชันเครื่องดื่ม ผลักดันการจัดหาอย่างยั่งยืนด้วยการเปลี่ยนไปใช้โกโก้ที่ได้รับการรับรองจาก Rainforest Alliance
![]() |
สิงคโปร์, 17 ก.ค. 2568 /PRNewswire/ — DaVinci Gourmet แบรนด์ใต้ Kerry Group ถือเป็นแบรนด์เครื่องดื่มสำหรับบริการอาหารระดับโลกรายแรก ที่ได้เปลี่ยน 100% ของโกโก้ที่ใช้ในซอส น้ำเชื่อม และผงต่าง ๆ ทุกประเภทมาเป็นวัตถุดิบที่ได้รับการรับรองจาก Rainforest Alliance
เพื่อกระตุ้นความตระหนักรู้และช่วยร้านกาแฟต่าง ๆ ให้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม DaVinci Gourmet จึงมอบชุดช็อกโกแลตยั่งยืนให้กับผู้ประกอบการบริการอาหาร 200 รายแรกที่ร่วมแคมเปญ Conscious Chocolate ซึ่งประกอบด้วยผลิตภัณฑ์ที่มาจากแหล่งที่มีจริยธรรม วัสดุจุดขายหน้าร้านพร้อมใช้สำหรับร้านกาแฟ และหนังสือสูตรอาหารที่พัฒนาร่วมกับผู้สร้างสรรค์เครื่องดื่มชั้นนำโดยใช้โกโก้ที่ได้รับการรับรองจาก Rainforest Alliance
ผลการศึกษาผู้บริโภคครั้งใหม่ของ Kerry เผยว่าผู้บริโภค 83% เลือกเครื่องดื่มที่ทำจากโกโก้ที่ได้รับการรับรองจาก Rainforest Alliance มากกว่าเครื่องดื่มที่ไม่มีการรับรอง นอกจากนี้ ผู้บริโภคยังยินดีจ่ายเพิ่มขึ้น 20% สำหรับเครื่องดื่มช็อกโกแลตที่ทำจากส่วนผสมที่มาจากแหล่งที่ยั่งยืน[1] ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณถึงคุณค่าการจัดหาวัตถุดิบอย่างมีจริยธรรมไปยังอุตสาหกรรมบริการอาหาร
แม้ว่าโกโก้ที่ได้รับการรับรองจาก Rainforest Alliance จะมีจำหน่ายในรูปแบบแท่งช็อกโกแลตสำหรับขายปลีก แต่เครื่องดื่มจากช็อกโกแลตหลายชนิดที่เสิร์ฟในร้านกาแฟและร้านอาหารไม่มีการรับรองโกโก้ยั่งยืน
"DaVinci Gourmet ภาคภูมิใจที่ได้นำการเปลี่ยนแปลงไปสู่การใช้วัตถุดิบจากแหล่งที่ยั่งยืน เพราะความยั่งยืนควรเป็นมาตรฐาน ยิ่งไปกว่านั้น แม้ว่าเราจะใช้โกโก้ที่ยั่งยืน แต่เราจะไม่โยนภาระค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมใด ๆ ให้กับลูกค้า" Eloise Dubuisson ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายแบรนด์บริการอาหารประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ตะวันออกกลาง และแอฟริกา กล่าว
การรับรู้ถึงความจำเป็นในการเปลี่ยนแปลงนี้สอดคล้องกับแนวโน้มทั่วโลก โดยผู้บริโภค 78% กล่าวว่าความยั่งยืนมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อ[2]
เนื่องจากโกโก้เป็นส่วนผสมหลักในเมนูร้านกาแฟ ปัจจุบันความสนใจจึงเน้นไปที่ส่วนผสมในอาหารและเครื่องดื่ม รายงานของ World Cocoa Foundation และ International Labour Organization ยังคงมีข้อกังวลเกี่ยวกับแนวปฏิบัติด้านห่วงโซ่อุปทานในประเทศผู้ผลิตชั้นนำบางประเทศ ปัจจุบัน โกตดิวัวร์และกานาเป็นผู้ผลิตโกโก้มากกว่า 60% ของปริมาณโกโก้ทั่วโลก
"ลูกค้าไม่ได้ตามหาแค่รสชาติอีกต่อไปแล้ว มีความคาดหวังมากขึ้นให้แบรนด์ต่าง ๆ คำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคมจากสิ่งที่เสิร์ฟ" Dubuisson กล่าวเสริม "ทุกการตัดสินใจในการจัดหาวัตถุดิบอย่างมีความรับผิดชอบมากขึ้นล้วนสร้างผลกระทบเป็นวงกว้างไปทั่วทั้งอุตสาหกรรม แม้แต่ในระดับร้านกาแฟ เราสามารถสร้างพลังแห่งช็อกโกแลตให้กลายเป็นพลังแห่งความดีได้"
โกโก้ที่ได้รับการรับรองจาก Rainforest Alliance มาจากฟาร์มที่ได้มาตรฐานเข้มงวดทั้งในด้านการคุ้มครองสิ่งแวดล้อม การปฏิบัติต่อแรงงานอย่างมีความรับผิดชอบ และความยั่งยืนทางเศรษฐกิจ การรับรองนี้มีตรากบสีเขียวที่คุ้นเคย โดยสื่อว่ามีการเพาะปลูกโกโก้อย่างยั่งยืนมากขึ้น ช่วยคุ้มครองป่าไม้ ยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกร และส่งเสริมห่วงโซ่อุปทานที่โปร่งใสยิ่งขึ้น
"ทุกแก้วที่ผลิตจากโกโก้ที่ได้รับการรับรองถือเป็นหนึ่งก้าวสำคัญสู่ชุมชนเกษตรกรรมที่ยืดหยุ่นและระบบนิเวศที่แข็งแรงยิ่งขึ้น" Nina Rossiana ฝ่ายตลาดและพันธมิตรของ Rainforest Alliance กล่าว "เมื่อแบรนด์ผู้ให้บริการด้านอาหารมุ่งมั่นที่จะจัดหาวัตถุดิบอย่างรับผิดชอบ พวกเขาไม่ได้แค่ตอบสนองความคาดหวังของผู้บริโภคเท่านั้น แต่ยังช่วยสร้างการเปลี่ยนแปลงที่แท้จริงอีกด้วย"
"เราไม่ได้แค่เปลี่ยนโกโก้เท่านั้น แต่กำลังเชิญชวนให้เพื่อนร่วมอุตสาหกรรมมาร่วมเปลี่ยนด้วยกัน" Dubuisson กล่าว "เราต้องการส่งเสริมให้ร้านกาแฟเสิร์ฟเครื่องดื่มที่ทั้งรสชาติดีและยังให้ความรู้สึกที่ดีอีกด้วย ความยั่งยืนไม่ได้หมายถึงแค่จริยธรรมที่ดีเท่านั้น แต่มันคือธุรกิจที่ดี"
|
[1] งานวิจัยที่เป็นกรรมสิทธิ์ของ Kerry ปี 2567; เชิงปริมาณออนไลน์กับผู้บริโภค 1,000 รายใน 10 ตลาดใน APMEA |
|
[2] IBM Institute for Business Value. (2565). Sustainability as a Business Imperative |
The information provided in this article was created by Cision PR Newswire, our news partner.The author's opinions and the content shared on this page are their own and may not necessarily represent the perspectives of ThailandChina.




You must be logged in to post a comment Login