ข่าวประชาสัมพันธ์
Coremail แบ่งปันมุมมองการเสริมความแข็งแกร่งด้านความปลอดภัยสำหรับอีเมลองค์กร ท่ามกลางภัยคุกคามที่พัฒนาอย่างต่อเนื่อง
กรุงเทพฯ, 11 มีนาคม 2569 /PRNewswire/ — การโจมตีโดยใช้กลวิธีทางสังคมมีความซับซ้อนมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ความเสี่ยงต่อองค์กรเพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากอีเมลยังคงเป็นช่องทางหลักที่ผู้ไม่หวังดีใช้ในการเจาะระบบ Coremail ซึ่งมีประสบการณ์ด้านความปลอดภัยอีเมลมากกว่า 27 ปี ได้แบ่งปันมุมมองเกี่ยวกับแนวโน้มภัยคุกคามที่เกิดขึ้นใหม่ โดยระบุว่าองค์กรกำลังเปลี่ยนจากการตั้งรับแบบแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ไปสู่สถาปัตยกรรมความปลอดภัยที่มีความชาญฉลาดและเป็นระบบมากขึ้น
Tim Lin ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยีของ Coremail กล่าวว่า การพัฒนาของ Generative AI และการโจมตีโดยใช้กลวิธีทางสังคมกำลังปรับเปลี่ยนภูมิทัศน์ความเสี่ยงด้านความปลอดภัยอีเมลองค์กร ดังนั้น องค์กรจึงจำเป็นต้องมีกรอบการป้องกันหลายชั้นที่ผสานขีดความสามารถของ AI เข้ากับการกำกับดูแล เพื่อเสริมความยืดหยุ่นโดยรวม
สร้างแนวป้องกันด่านแรกด้วย Secure Email Gateway ที่ขับเคลื่อนด้วย LLM
ระบบแบบดั้งเดิมที่อาศัยกฎ (rule-based) และลายเซ็น (signature-based) มักรับมือกับภัยคุกคามที่พัฒนาอย่างต่อเนื่อง เช่น การปลอมแปลงตัวตน และการหลอกลวงทางอีเมลเพื่อธุรกิจ (BEC) ได้อย่างจำกัด เพื่อมอบการป้องกันเชิงรุก CACTER Secure Email Gateway ของ Coremail จึงผสานเทคโนโลยี LLM และการวิเคราะห์แบบหลายมิติเข้ากับสถาปัตยกรรมการป้องกันที่ขับเคลื่อนด้วย AI
ด้วยความสามารถหลักของ AI เช่น การวิเคราะห์เชิงความหมายเชิงลึก การตรวจจับแบบ zero-shot และการสร้างโปรไฟล์ผู้โจมตี ทำให้ SEG สามารถ:
- ตรวจจับและบล็อกฟิชชิ่ง สแปม มัลแวร์ และการโจมตี BEC แบบแฝง
- ตรวจสอบ URL แบบไดนามิกเพื่อหยุดลิงก์ที่เป็นอันตราย
- ตรวจจับภัยคุกคามใหม่และรูปแบบแปรผันผ่านการวิเคราะห์แบบหลายมิติ
- ให้ผู้ดูแลระบบมองเห็นภาพรวมภัยคุกคามอย่างชัดเจน พร้อมคำแนะนำเชิงนโยบาย
SEG ถูกออกแบบบนกรอบความปลอดภัยตลอดวงจรชีวิต ช่วยให้สามารถกรองและเฝ้าระวังได้อย่างต่อเนื่อง ผลการทดสอบแสดงให้เห็นว่าสามารถบล็อกสแปมได้สูงสุดถึง 99.8% โดยมีอัตราการแจ้งเตือนผิดพลาดต่ำกว่า 0.02% เสริมความปลอดภัยโดยไม่กระทบต่อการดำเนินธุรกิจตามปกติ
ลดความเสี่ยงจากมนุษย์ผ่านการฝึกซ้อมป้องกันฟิชชิง
ความผิดพลาดของมนุษย์ยังคงเป็นสาเหตุสำคัญของเหตุการณ์ด้านความปลอดภัย เนื่องจากผู้โจมตีมักแอบอ้างเป็นผู้บริหารหรือบุคคลที่น่าเชื่อถือ เพื่อรับมือกับปัญหานี้ องค์กรควรจัดการฝึกซ้อมป้องกันฟิชชิ่งอย่างต่อเนื่องในรูปแบบสถานการณ์จำลอง แทนการฝึกอบรมเพียงครั้งเดียว
บริการจำลองการโจมตีฟิชชิ่งของ CACTER ช่วยสร้างสถานการณ์ที่ปรับแต่งได้ตามบริบทจริง เพื่อให้พนักงานสามารถระบุคำขอที่น่าสงสัยได้อย่างแม่นยำ การจำลองอย่างสม่ำเสมอช่วยลดความผิดพลาด และป้องกันเหตุการณ์ด้านความปลอดภัยตั้งแต่ต้นทาง
เสริมความแข็งแกร่งด้านธรรมาภิบาลและความตระหนักด้านความปลอดภัย
นอกเหนือจากมาตรการทางเทคนิคแล้ว ธรรมาภิบาลที่แข็งแกร่งก็เป็นสิ่งสำคัญ บริษัทควรบังคับใช้หลักการให้สิทธิ์เท่าที่จำเป็น เสริมการควบคุมการเข้าถึง และนำการยืนยันตัวตนหลายปัจจัยมาใช้ เพื่อลดความเสี่ยงจากการใช้งานบัญชีโดยมิชอบ การฝึกอบรมอย่างสม่ำเสมอและการกำหนดความรับผิดชอบด้านการปฏิบัติตามข้อกำหนดอย่างชัดเจน จะช่วยปลูกฝังวัฒนธรรมความปลอดภัยในกระบวนการทำงานประจำวัน และเปลี่ยนผ่านจากการบริหารความเสี่ยงแบบตั้งรับ ไปสู่การป้องกันเชิงรุก
เมื่อภัยคุกคามจากทั้งภายในและภายนอกเพิ่มขึ้นพร้อมกัน การป้องกันเพียงชั้นเดียวจึงไม่เพียงพออีกต่อไป ด้วยการผสานเกตเวย์ที่ขับเคลื่อนด้วย AI ความพร้อมของบุคลากร และธรรมาภิบาลที่เข้มแข็ง องค์กรจะสามารถปกป้องการดำเนินงานของตนได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม โปรดไปที่: coremail.co.th
The information provided in this article was created by Cision PR Newswire, our news partner.The author's opinions and the content shared on this page are their own and may not necessarily represent the perspectives of ThailandChina.


