ข่าวประชาสัมพันธ์
CIRED 2025 | หัวเว่ยเปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ของโซลูชัน IDS เพื่อสนับสนุนเครือข่ายกระจายพลังงานแห่งอนาคตด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล
เจนีวา, 26 มิถุนายน 2568 /PRNewswire/ — ระหว่างวันที่ 16 ถึง 19 มิถุนายน 2568 ในงาน Congrès International des Réseaux Electriques de Distribution (CIRED 2025) ประจำปีนี้ หัวเว่ย (Huawei) ได้จัดแสดงฟีเจอร์ล่าสุดของโซลูชันการกระจายพลังงานอัจฉริยะ (Intelligent Distribution Solution: IDS) ของบริษัท ทั้งนี้ งาน CIRED 2025 ซึ่งเป็นหนึ่งในเวทีการสื่อสารที่ทรงอิทธิพลที่สุดด้านระบบกระจายพลังงานระดับโลก สามารถดึงดูดองค์กรธุรกิจ 129 แห่ง รวมถึงผู้เชี่ยวชาญและผู้เข้าร่วมงานกว่า 2,654 คนจาก 72 ประเทศ ให้มาร่วมพบปะสร้างเครือข่ายและเข้าร่วมเวิร์กช็อปด้านเทคนิค ภายในงานนี้ หัวเว่ยได้ประกาศฟีเจอร์ใหม่ของโซลูชัน IDS และจัดแสดงผลงานความสำเร็จล่าสุดในด้านการกระจายพลังงานด้วยระบบดิจิทัลระดับโลก โดยมีเป้าหมายเพื่อผลักดันการพัฒนาเครือข่ายการกระจายพลังงานแห่งอนาคตด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เครือข่ายการกระจายพลังงานทั่วโลกต้องเผชิญกับความท้าทายหลายประการ เช่น การเกิดไฟฟ้าดับบ่อย ความสามารถในการฟื้นตัวของระบบที่ต่ำ โครงสร้างพื้นฐานที่เก่าและเสื่อมสภาพ และการนำพลังงานหมุนเวียนมาใช้ยังคงมีอยู่อย่างจำกัด นอกจากนี้ ระบบโซลาร์เซลล์แบบกระจายตัวและสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าก็กำลังเติบโตขยายตัวอย่างรวดเร็ว การดำเนินงานและบำรุงรักษาระบบไฟฟ้าแบบดั้งเดิมจึงต้องเผชิญกับแรงกดดันอย่างมหาศาล
เพื่อรับมือกับปัญหาเหล่านี้ โซลูชัน IDS ของหัวเว่ยได้นำสถาปัตยกรรม "cloud-pipe-edge-pipe-device" เข้ามาใช้ โดยผสานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) เช่น เทคโนโลยีการส่งข้อมูลผ่านสายไฟความเร็วสูง (HPLC) และหน่วยประมวลผลคอมพิวเตอร์ที่ปลายทาง (ECU) ซึ่งช่วยให้สามารถตรวจวัดข้อมูลได้อย่างชัดเจน รวมทั้งดำเนินงานและบำรุงรักษาในเชิงรุก ทำให้ลูกค้าสามารถลดเวลาที่ใช้ในการตอบสนองเมื่อเกิดเหตุขัดข้อง ยกระดับความสามารถในการฟื้นตัวของเครือข่ายพลังงานเมื่อประสบภัยธรรมชาติรุนแรง และเพิ่มความพึงพอใจของผู้ใช้บริการได้ จนถึงปัจจุบัน มีการนำโซลูชัน IDS ไปใช้งานในวงกว้างในประเทศจีน และยังมีบริษัทจำหน่ายไฟฟ้ากว่า 20 แห่งทั่วโลกนำไปทดลองใช้งานแบบนำร่อง ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก IDS ช่วยให้สามารถตรวจจับเหตุไฟฟ้าดับได้อย่างรวดเร็วขึ้นเพียงภายในเวลาไม่เกิน 2 นาที และลดอัตราการสูญเสียไฟฟ้าบนสายส่งได้ประมาณ 20%
ในระหว่างการจัดแสดง หัวเว่ยยังได้เปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ของระบบ IDS ที่ออกแบบมาเฉพาะ เพื่อแก้ไขปัญหาอุปกรณ์และสภาพแวดล้อมภายในห้องจ่ายไฟที่ไม่สามารถสังเกต ตรวจวัด หรือควบคุมได้ โดยใช้อุปกรณ์ตรวจจับที่ผสานเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์และอินเทอร์เน็ตของสรรพสิ่ง (AI + IoT) เพื่อสร้างเครือข่ายตรวจวัดสภาพแวดล้อมของห้องจ่ายไฟที่สามารถทำงานได้ตลอดเวลาในทุกสภาพอากาศ ช่วยทำการแจ้งเตือนแบบเรียลไทม์ตลอด 24 ชั่วโมง ด้วยความสามารถในการประมวลผลข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพและตอบสนองแบบเรียลไทม์ของ AI จึงสามารถออกคำเตือนความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมและดำเนินการซ่อมบำรุงเชิงป้องกันได้อย่างทันท่วงที เปลี่ยนจากการแก้ไขปัญหาในเชิงรับเมื่อเกิดเหตุให้เป็นการป้องกันเชิงรุกแบบล่วงหน้า โดยจะช่วยให้ลูกค้ารับมือกับผลกระทบจากสภาพอากาศรุนแรงที่เกิดขึ้นกับระบบจ่ายไฟได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น เพิ่มความน่าเชื่อถือในการจ่ายกระแสไฟ ขณะที่ยังสามารถยืดอายุการใช้งานของอุปกรณ์ได้
ในงาน CIRED 2025 หัวเว่ยได้จัดกิจกรรม IDS Rump Session โดยได้รับการสนับสนุนจาก IET เพื่อแบ่งปันประสบการณ์เชิงปฏิบัติจากการทำงานร่วมกับพันธมิตรเพื่อช่วยลูกค้าขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านเครือข่ายกระจายพลังงานไปสู่ระบบดิจิทัลและเทคโนโลยีอัจฉริยะ และในฐานะผู้ให้การสนับสนุนด้านการพัฒนามาตรฐานสากลในระบบกระจายพลังงานมาอย่างยาวนานต่อเนื่อง หัวเว่ยได้เข้าร่วมการประชุมครั้งที่ 5 ของคณะทำงาน IEEE P2413.2 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการจัดทำมาตรฐานและการพัฒนาอุตสาหกรรมพลังงานไฟฟ้าในระดับสากล ขับเคลื่อนการสร้างเครือข่ายการสื่อสารในระบบกระจายพลังงาน และแก้ไขสองปัญหาทางเทคนิคระดับโลกที่มีความซับซ้อน ได้แก่ backhaul ในระบบแรงดันไฟฟ้าปานกลาง (medium-voltage backhaul) และความสามารถมองเห็นและจัดการข้อมูลในระบบไฟฟ้าแรงดันต่ำ 400 โวลต์ได้อย่างชัดเจน (400V low-voltage transparency)
ด้วยการเปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ของโซลูชัน IDS หัวเว่ยจึงเดินหน้าเสริมสร้างนวัตกรรมเทคโนโลยีและการประยุกต์ใช้งานจริงในภาคสนาม เพื่อช่วยให้ลูกค้าสามารถมองเห็นและบริหารจัดการอุปกรณ์ไฟฟ้าแรงดันต่ำ 400 โวลต์ได้อย่างชัดเจนและครอบคลุม
The information provided in this article was created by Cision PR Newswire, our news partner.The author's opinions and the content shared on this page are their own and may not necessarily represent the perspectives of ThailandChina.



You must be logged in to post a comment Login