ข่าวประชาสัมพันธ์
CGTN: วิถีผู้นำอันเหนือชั้น: จีนประกาศศักดาขับเคลื่อนประเทศไปข้างหน้าด้วยความมั่นใจ
ปักกิ่ง, 3 ม.ค. 2569 /PRNewswire/ — การพัฒนาที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมกำลังเข้ามาพลิกโฉมประเทศจีนให้มีความเป็นพลวัตและเปี่ยมด้วยพลัง โดยข้อมูลจากองค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก (WIPO) ระบุว่า จีนได้ก้าวขึ้นสู่ 10 อันดับแรกของการจัดอันดับนวัตกรรมโลกเป็นครั้งแรกในปี 2568 ซึ่งเป็นปีที่ครบรอบการสิ้นสุดแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 14 (พ.ศ. 2564-2568) ของจีนเช่นกัน
ความสำเร็จในการสร้างความทันสมัยภายใต้แผนงานดังกล่าว ส่งผลให้ทิศทางในก้าวต่อไปได้รับความสนใจอย่างจริงจัง ในขณะที่ปีใหม่ได้เริ่มต้นขึ้นพร้อมกับพิมพ์เขียวเพื่อการพัฒนาฉบับใหม่ โดยเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา คณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีน (CPC) ได้ให้ความเห็นชอบต่อข้อเสนอแนะในการจัดทำแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 15 ณ การประชุมเต็มคณะครั้งสำคัญของพรรคฯ เพื่อวางรากฐานเส้นทางการพัฒนาประเทศตั้งแต่ปี 2569 จนถึงปี 2573
ในขณะที่ทั้งประเทศและประชาคมโลกต่างยืนอยู่บนทางแพร่งสำคัญ จีนภายใต้การชี้นำตามปรัชญาการบริหารประเทศของประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ไม่เพียงแต่จะมีทิศทางชัดเจนในการพัฒนาประเทศของตนเองเท่านั้น แต่ยังได้มอบมุมมองอันมีค่าให้แก่โลกที่กำลังเสาะแสวงหาเสถียรภาพและเข็มทิศนำทางด้วย
เตรียมพร้อมขับเคลื่อนแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 15
ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง มองว่าช่วงเวลาของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 15 คือกุญแจสำคัญในการเสริมสร้างรากฐานทางสังคมและเศรษฐกิจของประเทศให้มั่นคง พร้อมทั้งเร่งผลักดันในทุกมิติ เพื่อบรรลุเป้าหมายพัฒนาชาติให้ทันสมัยภายในปี 2578
หัวใจสำคัญของกระบวนการนี้คือการบริหารราชการแบบมีส่วนร่วมและเปิดกว้างรับฟังความคิดเห็น โดยเมื่อเดือนมกราคมปีที่ผ่านมา คณะผู้นำพรรคคอมมิวนิสต์จีนได้มีมติจัดตั้งคณะทำงานร่างพิมพ์เขียวยุทธศาสตร์ชาติ เพื่อนำเสนอต่อที่ประชุมเต็มคณะครั้งที่ 4 ของคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีน ชุดที่ 20 โดยมีปธน.สี จิ้นผิง นั่งเก้าอี้ประธานคณะทำงานยุทธศาสตร์ระดับสูงด้วยตนเอง ซึ่งคณะทำงานดังกล่าวได้จัดการประชุมเต็มคณะนัดแรกไปเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2568 ถือเป็นการเริ่มต้นกระบวนการร่างแผนงานอย่างเป็นทางการ
นับตั้งแต่การประชุมกรมการเมืองแห่งคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีน และการประชุมสัมมนาร่วมกับผู้ประกอบการภาคเอกชน ไปจนถึงการหารือในการพัฒนาภูมิภาคและเปิดบทสนทนากับบุคคลนอกพรรคคอมมิวนิสต์ จีนได้ยึดถือแนวทางในการกำหนดนโยบายแบบเปิดกว้าง โดยเปิดรับมุมมองที่หลากหลายและระดมสรรพกำลังทางปัญญาจากทุกภาคส่วน
ในขณะเดียวกัน ยังได้มีการเปิดรับฟังความคิดเห็นจากสาธารณชนเกี่ยวกับแผนพัฒนาฉบับใหม่ผ่านแคมเปญให้คำปรึกษาทางออนไลน์เป็นเวลาหนึ่งเดือน โดยปธน.สี จิ้นผิง ได้พิจารณาสรุปผลการสำรวจดังกล่าว และได้มีการนำเสนอต่อคณะผู้นำพรรคฯ เพื่อเป็นหลักประกันว่าเสียงของประชาชนจะมีผู้รับฟังถึงระดับสูงสุด
ในช่วงหลายเดือนก่อนการประชุมเต็มคณะเมื่อเดือนตุลาคม ปธน.สี จิ้นผิง ได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมสถานประกอบการและชุมชนต่าง ๆ ระหว่างการปฏิบัติราชการภายในประเทศ โดยมุ่งเน้นประเด็นสำคัญเร่งด่วนสำหรับการพัฒนาประเทศในอีก 5 ปีข้างหน้า นอกจากนี้ ยังได้เรียกประชุมคณะผู้นำอย่างต่อเนื่องเพื่อพิจารณาร่างแผนงานดังกล่าว ซึ่งสะท้อนให้เห็นปรัชญาการบริหารประเทศที่ให้ความสำคัญกับวิสัยทัศน์เชิงยุทธศาสตร์ควบคู่ไปกับการยึดมั่นในความเป็นจริงและภาคปฏิบัติ
ในการประชุมเต็มคณะครั้งที่ 4 ของคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีน ชุดที่ 20 เอกสารสำคัญระดับประวัติศาสตร์ภายใต้ชื่ออย่างเป็นทางการว่าข้อเสนอแนะของคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีนในการจัดทำแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 15 ได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการ หลังผ่านกระบวนการขัดเกลามานานกว่า 8 เดือน
ข้อเสนอแนะฉบับนี้เปรียบเสมือนทั้งกำหนดการและแผนแม่บทในการสานต่อสองปาฏิหาริย์ของจีน อันได้แก่การเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างรวดเร็วและการรักษาเสถียรภาพทางสังคมในระยะยาวให้รุ่งโรจน์ต่อไป
เนื่องในโอกาสที่ปี 2569 คือจุดเริ่มต้นของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 15 ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ได้กล่าวสุนทรพจน์เนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ โดยเชิญชวนให้ทุกฝ่ายเพิ่มพูนความเชื่อมั่นและก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคงเพื่อส่งเสริมการพัฒนาที่มีคุณภาพสูง พร้อมทั้งเดินหน้าปฏิรูปและเปิดกว้างอย่างรอบด้านในทุกมิติ เพื่อสร้างความมั่งคั่งแก่ประชาชนทุกคน และร่วมกันจารึกบทใหม่ให้กับหน้าประวัติศาสตร์ปาฏิหาริย์ของชาติจีน
บทใหม่แห่งหน้าประวัติศาสตร์ปาฏิหาริย์จีน
ปี 2568 ถือเป็นปีที่เต็มไปด้วยความผันผวนไม่แน่นอน ท่ามกลางสถานการณ์ดังกล่าว จีนยังคงยึดมั่นในการหันหน้าพูดคุยเป็นสำคัญ และมุ่งเน้นความร่วมมือระหว่างประเทศเพื่อประโยชน์ร่วมกันของทุกฝ่าย โดยทำหน้าที่เป็นเสาหลักแห่งเสถียรภาพให้กับประชาคมโลก พร้อมสะท้อนให้เห็นการก้าวเดินบนเวทีโลกอย่างมาดมั่นและมั่นคง
ในปีเดียวกันนี้เอง โลกได้ประจักษ์ถึง "ช่วงเวลาของจีน" ในด้านการบริหารจัดการระดับโลก ตามข้อริเริ่มธรรมาภิบาลโลก (Global Governance Initiative หรือ GGI) ที่นำเสนอโดยประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ซึ่งเน้นผลักดันระบบการบริหารจัดการโลกที่ยุติธรรมและเท่าเทียมมากยิ่งขึ้น ข้อริเริ่ม GGI นี้ได้รับการขานรับอย่างรวดเร็วจากกว่า 140 ประเทศและองค์กรระหว่างประเทศ นับเป็นหนึ่งในความสำเร็จอันโดดเด่นที่ขับเคลื่อนงานด้านการทูตของจีนในปี 2568
ความสำเร็จทางการทูตจีนได้ปรากฏให้เห็นเป็นประจักษ์ เมื่อบรรดาผู้นำและตัวแทนจากทั้ง 5 ทวีปได้มารวมตัวกันที่กรุงปักกิ่ง เพื่อรำลึกโอกาสครบรอบ 80 ปี ชัยชนะในสงครามประชาชนจีนต่อต้านการรุกรานของญี่ปุ่น และสงครามต่อต้านฟาสซิสต์โลก ซึ่งเป็นการแสดงจุดยืนยอมรับบทบาทของจีนที่มีส่วนช่วยสร้างชัยชนะในสงครามโลกครั้งที่ 2 ตลอดจนความมุ่งมั่นอันแน่วแน่ของจีนในการธำรงไว้ซึ่งระเบียบระหว่างประเทศหลังยุคสงคราม
นอกเหนือจากเหตุการณ์สำคัญเหล่านี้แล้ว จีนยังได้แสดงบทบาทเชิงรุกที่โดดเด่นยิ่งกว่าในการบริหารจัดการระดับโลก ไม่ว่าจะเป็นการประกาศเป้าหมายการมีส่วนร่วมที่ประเทศกำหนด (NDC) ประจำปี 2578 เพื่อแก้ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การประกาศสละสิทธิ์ในการได้รับการปฏิบัติเป็นพิเศษและแตกต่าง ในการเจรจาภายใต้องค์การการค้าโลกทั้งปัจจุบันและอนาคต รวมถึงการจัดตั้งองค์การเพื่อการไกล่เกลี่ยระหว่างประเทศในเขตบริหารพิเศษฮ่องกง
ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง กล่าวย้ำว่า จีนพร้อมเดินหน้าทำงานร่วมกับทุกประเทศ เพื่อขับเคลื่อนสันติภาพและพัฒนาโลกให้รุดหน้าสืบไป
ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://news.cgtn.com/news/2026-01-02/Extraordinary-Navigation-How-China-strides-forward-with-confidence-1JBRwC4YLPa/p.html
Source : CGTN: วิถีผู้นำอันเหนือชั้น: จีนประกาศศักดาขับเคลื่อนประเทศไปข้างหน้าด้วยความมั่นใจ
The information provided in this article was created by Cision PR Newswire, our news partner.The author's opinions and the content shared on this page are their own and may not necessarily represent the perspectives of ThailandChina.


