ข่าวประชาสัมพันธ์
Cathay Financial Holdings เดินหน้าสร้างสถิติติดอันดับดัชนี Dow Jones ทั้งในกลุ่มดัชนีระดับโลกที่ดีที่สุด และกลุ่มดัชนีตลาดเกิดใหม่
พร้อมขับเคลื่อนความเป็นผู้นำด้าน ESG ผ่านสามเสาหลัก ได้แก่ สภาพภูมิอากาศ สุขภาพ และการเสริมสร้างศักยภาพ ด้วยคะแนน ESG ที่ติดอันดับท็อป 2% ในกลุ่มอุตสาหกรรมประกันภัยระดับโลก
ไทเป 4 พฤษภาคม 2569 /PRNewswire/ — Cathay Financial Holdings (Cathay FHC) ตอกย้ำความแข็งแกร่งในฐานะผู้นำด้านความยั่งยืนระดับโลกด้วยการได้รับการคัดเลือกให้เป็นสมาชิกในกลุ่มดัชนี Jones Best-in-Class Indices (DJBIC หรือเดิมคือ DJSI) ในกลุ่มดัชนีระดับโลกต่อเนื่องเป็นปีที่ 8 และในกลุ่มดัชนีตลาดเกิดใหม่ต่อเนื่องเป็นปีที่ 11 นอกจากนี้ Cathay FHC ยังได้รับการยอมรับให้เป็นสมาชิกในกลุ่มท็อป 5% ในรายงาน S&P Global Sustainability Yearbook 2026 โดยเฉพาะอย่างยิ่งคะแนนด้าน ESG ของบริษัทที่ติดอันดับท็อป 2% ในกลุ่มอุตสาหกรรมประกันภัยระดับโลก ซึ่งมีผลการดำเนินงานที่โดดเด่นเหนือกว่าบริษัทคู่แข่งในระดับสากลถึง 98% ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงขีดความสามารถของบริษัทในการเปลี่ยนการดำเนินงานด้าน ESG ให้เป็นข้อได้เปรียบทางการแข่งขันที่วัดผลได้อย่างเป็นรูปธรรม
การจัดอันดับในครั้งนี้เน้นย้ำถึงจุดแข็งของ Cathay FHC ในด้านการกำกับดูแลกิจการที่ดีและการบริหารจัดการความเสี่ยง โดยได้รับคะแนนเต็มในหลากหลายด้าน อาทิ ความโปร่งใสและการรายงานข้อมูล การบริหารจัดการความเสี่ยงและวิกฤตการณ์ การขับเคลื่อนเชิงนโยบาย ความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูล การเงินเพื่อความยั่งยืน สิทธิมนุษยชน การเข้าถึงบริการทางการเงินอย่างครอบคลุม ลูกค้าสัมพันธ์ และการคุ้มครองความเป็นส่วนตัว นอกจากนี้ ผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งในด้านกลยุทธ์การรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การปฏิบัติด้านแรงงาน และการบริหารจัดการทุนมนุษย์ยังเป็นสัญญาณที่แสดงให้เห็นถึงการก้าวข้ามจากการปฏิบัติตามกฎระเบียบ ไปสู่การผนวกความยั่งยืนเข้ากับการจัดสรรเงินทุนและการสร้างมูลค่าในระยะยาวอย่างแท้จริง
กลยุทธ์ของ Cathay FHC ตั้งอยู่บน 3 เสาหลัก ได้แก่ สภาพภูมิอากาศ สุขภาพ และการเสริมสร้างศักยภาพ ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการขยายอิทธิพลของบริษัทไปทั่วทั้งระบบนิเวศทางการเงิน ทั้งนี้ บริษัทได้จัดตั้งคณะกรรมการเพื่อความยั่งยืนขององค์กรภายใต้คณะกรรมการบริษัทเพื่อทำหน้าที่เป็นคณะกรรมการเฉพาะกิจในการเสริมสร้างการกำกับดูแลที่ยั่งยืนให้มีความแข็งแกร่งยิ่งขึ้น โดยคณะกรรมการชุดดังกล่าวจะทำหน้าที่กำกับดูแลคณะกรรมการยุทธศาสตร์ ESG ในระดับบริหาร และคณะทำงานย่อยอีก 6 ชุด ซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบในการดำเนินโครงการริเริ่มด้านความยั่งยืนต่างๆ
ในด้านสภาพภูมิอากาศ ทางกลุ่มบริษัทได้ใช้ประโยชน์จากงบดุล และขีดความสามารถด้านการลงทุนเพื่อเร่งขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่สังคมคาร์บอนต่ำ โดยการผลักดันให้บริษัทต่างๆ ที่มีส่วนในการปล่อยคาร์บอนรวมกันมากกว่า 200 ล้านตันต่อปีมาร่วมให้คำมั่นสัญญาในการบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ พร้อมทั้งผลักดันมาตรฐานการเปิดเผยข้อมูลด้าน ESG ตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทาน ทั้งนี้ บริษัทในเครือของกลุ่ม ได้แก่ Cathay Life Insurance, Cathay United Bank, Cathay Century Insurance และ Cathay Securities ล้วนได้รับการเสนอชื่อให้อยู่ในรายชื่อนักลงทุนสถาบันที่มีการเปิดเผยข้อมูลการกำกับดูแลที่ดีขึ้นประจำปี 2568 ของตลาดหลักทรัพย์ไต้หวันอีกด้วย
นอกจากนี้ บริษัทยังเดินหน้าขยายการดำเนินงานในด้านพลังงานหมุนเวียน และการเงินเพื่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเพื่อเสริมสร้างผลกระทบเชิงบวกด้านความยั่งยืนให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น โดยหน่วยงานด้านการธนาคารและประกันภัยของบริษัท ถือเป็นผู้บุกเบิกกลุ่มแรกๆ ในการให้สินเชื่อและลงทุนในโครงการพลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานลมในทะเล พร้อมทั้งเข้าร่วมในโครงการริเริ่มระดับโลกอย่างแข็งขัน อาทิ RE100 และ Climate Action 100+ ยิ่งไปกว่านั้น Cathay Financial Holdings ยังได้ยกระดับการมีส่วนร่วมในเวทีประชุมระดับโลกด้านสภาพภูมิอากาศ โดยได้เข้าร่วมการประชุมรัฐภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (COP) อย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2564 ขณะที่ประธานกรรมการอย่าง Chang-Ken Lee ก็ได้รับเกียรติให้เข้าร่วมการประชุม World Climate Summit ติดต่อกันเป็นเวลา 3 ปี เพื่อร่วมแบ่งปันมุมมอง และความคิดเห็นเกี่ยวกับการเงินเพื่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่มุ่งเน้นในภูมิภาคเอเชียด้วยเช่นกัน
นอกจากนี้ ในปี 2568 Cathay FHC ยังได้บูรณาการประเด็นด้านความหลากหลายทางชีวภาพ และทุนธรรมชาติเข้าไปในกระบวนการตัดสินใจของบริษัท พร้อมทั้งประกาศให้การรับรองในแถลงการณ์ Belém Investor Statement on Tropical Forests ซึ่งสะท้อนถึงการสนับสนุนความพยายามในการอนุรักษ์ป่าไม้ทั่วโลก
นอกเหนือจากในด้านสภาพภูมิอากาศแล้ว Cathay FHC ยังได้ขยายผลกระทบเชิงบวกผ่านโครงการริเริ่มด้านสุขภาพทางการเงิน โดย Cathay Life Insurance ได้ต่อยอดและยกระดับคุณค่าของแบรนด์ในด้าน "สุขภาวะที่ดี" มาตั้งแต่ปี 2567 ด้วยการทุ่มงบประมาณกว่า 200 ล้านดอลลาร์ไต้หวันใหม่ ในการสร้างกลไกส่งเสริม "สุขภาวะที่ดี" พร้อมทั้งผนวกฟีเจอร์ด้านสุขภาพที่สร้างแรงจูงใจไว้ในพอร์ตผลิตภัณฑ์ประกันสุขภาพ เพื่อส่งเสริมให้การดูแลเชิงป้องกันกลายมาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของลูกค้า โดยแคมเปญประจำปีอย่าง "Every Step Counts" (ทุกก้าวมีความหมาย) สามารถดึงดูดผู้เข้าร่วมได้เกือบหนึ่งล้านคน ซึ่งร่วมกันสะสมก้าวเดินได้มากกว่า 2.727 แสนล้านก้าว และร่วมบริจาคเงินสมทบทุนให้แก่องค์กรการกุศลต่างๆ ทั่วประเทศเป็นมูลค่ากว่า 28 ล้านดอลลาร์ไต้หวันใหม่
ในฐานะผู้ให้บริการที่ดูแลประชากรไต้หวันมากกว่า 60% ทางกลุ่มบริษัทได้นำขีดความสามารถที่ครบวงจร ทั้งด้านการประกันภัย การธนาคาร และการบริหารจัดการสินทรัพย์ มาใช้เพื่อเสริมสร้างความยืดหยุ่นทางการเงิน โดยความพยายามดังกล่าวครอบคลุมตั้งแต่การส่งเสริมความรู้ทางการเงิน การออกแบบผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมความต้องการของคนทุกกลุ่ม ไปจนถึงโครงสร้างพื้นฐานในการต่อต้านการทุจริต ซึ่งระบบการป้องกันที่หลากหลายนี้สามารถส่งมอบผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมในการป้องกันการฉ้อโกง และช่วยเสริมสร้างความไว้วางใจในระบบการเงินได้อย่างแข็งแกร่ง ทั้งนี้ จากข้อมูลสถิติล่าสุดจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติของไต้หวัน พบว่า Cathay United Bank สามารถระงับเหตุฉ้อโกงได้มากกว่า 2,000 กรณีในปี 2568 ซึ่งช่วยป้องกันความเสียหายให้แก่ลูกค้าได้เป็นมูลค่ารวมกว่า 1.7 พันล้านดอลลาร์ไต้หวันใหม่
ในด้านการเสริมสร้างศักยภาพ FHC มุ่งมั่นผลักดันการมีส่วนร่วมของทั้งบุคลากรและสังคมเพื่อเป็นแรงขับเคลื่อนการเติบโตที่ยั่งยืน โดยบริษัทได้ส่งเสริมวัฒนธรรม "Place for All" (พื้นที่สำหรับทุกคน) ภายในองค์กรที่มุ่งส่งเสริมความเท่าเทียมและการยอมรับความแตกต่างในสถานที่ทำงาน ภายใต้การสนับสนุนของนโยบายด้านแรงงานที่มีความก้าวหน้าเพื่อตอบรับกับการเปลี่ยนแปลงทางประชากรศาสตร์และคนต่างรุ่น โดยในปี 2568 "ผลสำรวจความผูกพันของพนักงานต่อองค์กร" (Employee Engagement Survey) มีคะแนนความพึงพอใจในภาพรวมพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ ขณะที่อัตราการรักษาพนักงานให้อยู่กับองค์กรต่ออีก 1 ปีหลังสิ้นสุดการลาเพื่อเลี้ยงดูบุตรก็ปรับตัวสูงขึ้นเกือบ 90% นอกจากนี้ บริษัทยังได้รับรางวัลสุดยอดนายจ้างดีเด่นแห่งเอเชีย (Asia’s Best Employers) เป็นครั้งที่ 7 ซึ่งถือเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงการได้รับการยอมรับจากภายนอกต่อกลยุทธ์ด้านสถานที่ทำงานของบริษัทอย่างต่อเนื่อง
ในส่วนของภายนอกองค์กรนั้น ทางกลุ่มบริษัทยังคงเดินหน้าลงทุนในการเสริมสร้างศักยภาพให้แก่เยาวชนและสตรีอย่างต่อเนื่อง ผ่านโครงการด้านการศึกษา การเป็นผู้ประกอบการ และการพัฒนาด้านกีฬา เพื่อขยายผลกระทบเชิงบวกทางสังคมในระยะยาว
Cathay FHC ยังคงมุ่งเน้นไปที่การลงทุนและการให้สินเชื่อแก่ธุรกิจคาร์บอนต่ำ การสร้างสรรค์นวัตกรรมผลิตภัณฑ์ และการมีส่วนร่วมในระดับสากลอย่างต่อเนื่อง ผ่านการผสานขีดความสามารถทางการเงินเข้ากับวาระความยั่งยืนระดับโลก ซึ่งช่วยให้บริษัทไม่เพียงแต่เป็นผู้มีส่วนร่วมเท่านั้น แต่ยังเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาสำคัญในการเปลี่ยนผ่านของเอเชียไปสู่เศรษฐกิจที่ปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ พร้อมทั้งตอกย้ำบทบาทของการเป็นสถาบันการเงินที่เป็นเกณฑ์มาตรฐานในด้านการเงินเพื่อความยั่งยืนอีกด้วย

Cathay Financial Holdings extends its streak on the Dow Jones’ Best-in-Class World Index, and Emerging Markets Index, recognized as a Top 5% Member in the S&P Global Sustainability Yearbook 2026. Notably, its ESG Score ranks in the top 2% of the global insurance industry, advancing ESG leadership through its climate, health and empowerment strategy. (Resource: Cathay Financial Holdings)
The information provided in this article was created by Cision PR Newswire, our news partner.The author's opinions and the content shared on this page are their own and may not necessarily represent the perspectives of ThailandChina.


