ข่าวประชาสัมพันธ์
เฮอร์บาไลฟ์ เผยผลสำรวจผู้บริโภคในเอเชียแปซิฟิก 4 ใน 5 คนทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร
![]() |
แต่กว่าครึ่งยังขาดความมั่นใจในการเลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสม
ฮ่องกง, 6 สิงหาคม 2568 /PRNewswire/ — ปัจจุบันผู้บริโภคมองหาข้อมูลที่น่าเชื่อถือและไว้ใจได้มากขึ้น เนื่องจากเทรนด์ดูแลสุขภาพเชิงป้องกันกำลังมาแรง
เฮอร์บาไลฟ์ บริษัทและชุมชนด้านสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีชั้นนำระดับโลก เผยผลการสำรวจจาก Asia Pacific Responsible Supplementation Survey 2025 เรื่องการใช้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารอย่างมีความรับผิดชอบในเอเชียแปซิฟิก ปี 2568 ซึ่งเผยให้เห็นว่า แม้จะมีการบริโภคผลิตภัณฑ์เสริมอาหารอย่างแพร่หลายในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (APAC) แต่ผู้บริโภคจำนวนมากยังขาดความมั่นใจในการตัดสินใจเลือกใช้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่ถูกต้องและเหมาะสม โดยผู้บริโภค 4 ใน 5 คน หรือกว่า 80% ในภูมิภาคนี้ รับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเป็นประจำ แต่กลับมีผู้ตอบแบบสำรวจเพียงครึ่งเดียวหรือ 50% เท่านั้นที่แสดงความมั่นใจว่าตนสามารถตัดสินใจเลือกผลิตภัณฑ์ได้อย่างมีความรับผิดชอบ
การสำรวจนี้จัดทำขึ้นในเดือนพฤษภาคม 2568 โดยมุ่งศึกษาทัศนคติและพฤติกรรมของผู้บริโภคต่อผลิตภัณฑ์เสริมอาหารในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ซึ่งการสำรวจดังกล่าวได้กำหนดนิยามของการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารอย่างมีความรับผิดชอบว่า คือการศึกษาข้อมูลอย่างละเอียดเกี่ยวกับส่วนประกอบ คุณภาพ ปริมาณที่แนะนำ ข้อจำกัดในการบริโภค และโอกาสที่จะเกิดปฏิกิริยากับอาหารเสริมอื่น ๆ หรือยารักษาโรค ก่อนที่จะเริ่มรับประทาน โดยมีผู้ตอบแบบสอบถามรวม 9,000 คน ใน 11 ประเทศ ได้แก่ ออสเตรเลีย, ฮ่องกง, อินโดนีเซีย, ญี่ปุ่น, เกาหลีใต้, มาเลเซีย, ฟิลิปปินส์, สิงคโปร์, ไต้หวัน, ไทย และเวียดนาม
โทมัส ฮาร์มส์ Thomas Harms กรรมการผู้จัดการภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกของเฮอร์บาไลฟ์ กล่าวว่า "เราพบว่ายังมีความเข้าใจที่ไม่ถูกต้องเกี่ยวกับการใช้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารอย่างมาก ทำให้ผู้บริโภคไม่มั่นใจในการตัดสินใจเลือกผลิตภัณฑ์ที่ดี แต่ก็เป็นเรื่องดีที่ผู้บริโภคส่วนใหญ่ให้ความสำคัญกับแหล่งข้อมูลและคำแนะนำที่น่าเชื่อถือ นี่จึงเป็นเหตุผลที่เฮอร์บาไลฟ์ทำงานอย่างต่อเนื่องกับสถาบันต่าง ๆ เพื่อให้ความรู้ด้านโภชนาการแก่ประชาชน โดยใช้คำแนะนำและข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ เพื่อช่วยให้ผู้บริโภคตัดสินใจเลือกผลิตภัณฑ์เสริมอาหารได้ดีขึ้น โดยเรามุ่งมั่นสนับสนุนให้ผู้คนสร้างนิสัยที่ดีต่อสุขภาพ และส่งเสริมให้ผู้คนมีสุขภาวะที่ดีขึ้น"
การเลือกผลิตภัณฑ์เสริมอาหารอย่างมีความรับผิดชอบ
สำหรับแหล่งข้อมูลหลักที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจเลือกผลิตภัณฑ์เสริมอาหารของผู้บริโภคในเอเชียแปซิฟิก ได้แก่ ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพ 61% เพื่อนและครอบครัว 41% และการค้นคว้าหาข้อมูลผลิตภัณฑ์ด้วยตนเอง 30% และเมื่อเปรียบเทียบทัศนคติของผู้บริโภคในกลุ่มอายุที่แตกต่างกัน พบกว่า กลุ่มวัยบูมเมอร์ (Boomer) กว่าครึ่งหนึ่งของผู้ตอบแบบสอบถามเลือกจะรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเป็นประจำทุกวัน แต่พวกเขากลับเป็นกลุ่มที่มีความกังวลน้อยที่สุดเกี่ยวกับการตัดสินใจเลือกผลิตภัณฑ์อย่างมีข้อมูล โดยมีเพียง 30% เท่านั้นที่แสดงความกังวลในประเด็นนี้ นอกจากนี้ พวกเขายังเป็นกลุ่มที่มีขาดความมั่นใจน้อยมากที่สุดในการตัดสินใจเลือกผลิตภัณฑ์ โดยมีเพียง 42% ที่แสดงความมั่นใจในการตัดสินใจของตน เมื่อเทียบกับกลุ่มอายุอื่น ๆ
ในทางตรงกันข้าม กลุ่ม Gen Z มีความเชื่อมั่นในเรื่องการตัดสินใจอย่างมีข้อมูลมากที่สุด 47% และเป็นกลุ่มที่มีความมั่นใจในความสามารถเลือกผลิตภัณฑ์เสริมอาหารของตนเองมากที่สุด (58%)
แม้ผู้บริโภคจะให้ความสำคัญกับความปลอดภัยเป็นหลัก แต่ยังมีช่องว่างทางความรู้บางอย่างที่รอเติมเต็ม
ผลการสำรวจครั้งนี้เผยให้เห็นถึงช่องว่างด้านความรู้เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์อย่างมีนัยสำคัญ โดยผู้บริโภคจำนวนมากไม่ทราบถึงผลกระทบจากการบริโภคผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเกินขนาด ตัวอย่างเช่น ในกรณีของวิตามินซี แคลเซียมและวิตามินดี พบว่าผู้ตอบแบบสอบถามมากกว่าสองในสามในการสำรวจครั้งนี้ไม่ทราบถึงผลกระทบจากการบริโภคเกินขนาด
ถึงแม้จะมีช่องว่างด้านความรู้ แต่ปัจจัยที่ผู้บริโภคคำนึงถึงในการตัดสินใจซื้อผลิตภัณฑ์ยังคงเน้นเรื่องความปลอดภัยและประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์ถึง 49% รองลงมาคือคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพ 43% และการได้รับการรับรองคุณภาพ 38% นอกจากนี้ ความเชื่อมั่นในแบรนด์ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารก็เป็นปัจจัยจูงใจสำคัญ โดย 95% ของผู้บริโภคในเอเชียแปซิฟิกยอมรับว่า ความเชื่อมั่นในแบรนด์มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจของพวกเขาในการเลือกซื้อ
เทรนด์ดูแลสุขภาพเชิงป้องกันเป็นแรงผลักดันให้บริโภคผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร
ผู้ตอบแบบสอบถามจำนวนสูงถึง 92% ระบุว่าการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันมีความสำคัญต่อสุขภาพความเป็นอยู่ที่ดีของพวกเขา และหลายคนได้เริ่มหันมาใส่ใจดูแลสุขภาพของตน โดยมีพฤติกรรมต่าง ๆ เพื่อสุขภาพ ได้แก่ การเลือกรับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพยิ่งขึ้น 55% การรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร 54% การออกกำลังกายเพิ่มขึ้น 46%
อย่างไรก็ตาม แม้จะทำกิจกรรมเพื่อสุขภาพดังกล่าวแต่ก็มีผู้ตอบแบบสอบถามเพียงไม่ถึงครึ่ง 46% ที่มีความหวังในทางที่ดีว่าจะสามารถบรรลุเป้าหมายด้านสุขภาพของตนได้สำเร็จ สำหรับผู้บริโภคกลุ่ม Gen Z กว่า 53% และกลุ่มมิลเลนเนียล 50% ต่างแสดงความมั่นใจสูงว่าจะสามารถบรรลุเป้าหมายได้ เมื่อเทียบกับกลุ่มเจนเอกซ์ที่มั่นใจเพียง 40% และกลุ่มบูมเมอร์ 39%
โทมัส ฮาร์มส์ Harms กล่าวทิ้งท้ายว่า "เมื่อผู้บริโภคหันมาดูแลสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของตัวเองมากขึ้น สิ่งสำคัญคือพวกเขาควรมีแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้เกี่ยวกับวิธีการใช้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่ถูกต้อง รวมถึงประโยชน์จริง ๆ ที่จะได้ และเมื่อต้องเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีให้เลือกในตลาดมากมาย ควรใช้เวลาศึกษาให้ดีเกี่ยวกับระดับการทดสอบส่วนผสมของแบรนด์นั้น ๆ รวมถึงการตรวจสอบการรับรองจากหน่วยงานที่เชื่อถือได้ และความโปร่งใสในกระบวนการผลิต ไปจนถึงแหล่งที่มาของวัตถุดิบที่ถือเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่รับรองได้ว่าผลิตภัณฑ์เสริมอาหารของคุณได้รับการผลิตด้วยความใส่ใจสูงสุด เพื่อให้มั่นใจได้ถึงคุณภาพสูง ความสม่ำเสมอ และสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้"
เกี่ยวกับ Herbalife Ltd.
Herbalife (NYSE: HLF) คือบริษัท ชุมชนและแพลตฟอร์มด้านสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีชั้นนำที่เปลี่ยนแปลงชีวิตของผู้คนด้วยผลิตภัณฑ์โภชนาการที่ยอดเยี่ยม และโอกาสทางธุรกิจสำหรับผู้จำหน่ายอิสระมาตั้งแต่ปี 2523 บริษัทนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการสนับสนุนทางวิทยาศาสตร์แก่ผู้บริโภคในตลาดมากกว่า 90 ประเทศผ่านผู้จำหน่ายซึ่งเป็นผู้ประกอบการอิสระที่ให้การดูแลแบบตัวต่อตัว และชุมชนที่สนับสนุนซึ่งเป็นแรงบันดาลใจให้ลูกค้าหันมาใช้ชีวิตที่มีสุขภาพดีและกระฉับกระเฉงยิ่งขึ้นเพื่อใช้ชีวิตในแบบที่ต้องการ
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ:
Susan Tan
ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กร ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก
บริษัท Herbalife
อีเมล: asiapacificteam@herbalife.com
Source : เฮอร์บาไลฟ์ เผยผลสำรวจผู้บริโภคในเอเชียแปซิฟิก 4 ใน 5 คนทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร
The information provided in this article was created by Cision PR Newswire, our news partner.The author's opinions and the content shared on this page are their own and may not necessarily represent the perspectives of ThailandChina.




You must be logged in to post a comment Login