Connect with us
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติสิงคโปร์ร่วมเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 60 ปีของชาติ ด้วยสองประสบการณ์ใหม่เพื่อถ่ายทอดเรื่องราววิวัฒนาการของสิงคโปร์ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติสิงคโปร์ร่วมเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 60 ปีของชาติ ด้วยสองประสบการณ์ใหม่เพื่อถ่ายทอดเรื่องราววิวัฒนาการของสิงคโปร์

ข่าวประชาสัมพันธ์

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติสิงคโปร์ร่วมเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 60 ปีของชาติ ด้วยสองประสบการณ์ใหม่เพื่อถ่ายทอดเรื่องราววิวัฒนาการของสิงคโปร์

Published

on

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติสิงคโปร์ร่วมเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 60 ปีของชาติ ด้วยสองประสบการณ์ใหม่เพื่อถ่ายทอดเรื่องราววิวัฒนาการของสิงคโปร์

สิงคโปร์, 19 ธ.ค. 2568 /PRNewswire/ — เพื่อเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 60 ปีแห่งการประกาศเอกราชของสิงคโปร์ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติสิงคโปร์ (National Museum of Singapore หรือ NMS) นำเสนอประสบการณ์เชิงอนุสรณ์จำนวนสองรายการ ที่บอกเล่าเส้นทางการเปลี่ยนแปลงของสิงคโปร์จากชุมชนตั้งถิ่นฐานสู่มหานครระดับโลก ตลอดจนเหตุการณ์สำคัญตลอดระยะเวลากว่า 700 ปีที่ผ่านมา

(จากซ้ายไปขวา) นิทรรศการ Once Upon a Tide: Singapore's Journey from Settlement to Global City และนิทรรศการ Singapore Odyssea: A Journey Through Time
(จากซ้ายไปขวา) นิทรรศการ Once Upon a Tide: Singapore’s Journey from Settlement to Global City และนิทรรศการ Singapore Odyssea: A Journey Through Time

ผู้เข้าชมสามารถเริ่มต้นการเดินทางด้วย Singapore Odyssea: A Journey Through Time ณ Shaw Foundation Glass Rotunda ซึ่งเป็นแกลเลอรีถาวรแห่งแรกที่กลับมาเปิดให้บริการ ท่ามกลางการปรับปรุงพิพิธภัณฑ์ครั้งใหญ่ ประสบการณ์มัลติมีเดียชวนดื่มด่ำนี้ถูกออกแบบให้เป็นบทนำสู่ประวัติศาสตร์ของสิงคโปร์ พาผู้ชมย้อนเวลากลับไปสัมผัสช่วงเวลาสำคัญที่หล่อหลอมชาติ ผ่านสายรัดข้อมือที่ฝังเทคโนโลยี RFID ผู้เข้าชมสามารถ "เลือกเพื่อนคู่ใจ" เป็นหนึ่งใน Magical Companions ทั้งเก้า ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากสัตว์พื้นถิ่นของสิงคโปร์ เพื่อเป็นผู้นำทางในนิทรรศการ และเปิดใช้งานชั้นเนื้อหาลับเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของประเทศ

ผู้เข้าชมจะได้รับการต้อนรับด้วยลูกโลก LED ที่แขวนลอยอยู่กลางอากาศ ซึ่งเป็นศูนย์กลางของการแสดงแสงสีความยาวสองนาที ถ่ายทอดพัฒนาการของเส้นทางการเดินเรือที่เชื่อมโยงสิงคโปร์กับโลกตลอดประวัติศาสตร์ เมื่อเคลื่อนผ่านแกลเลอรีและเดินลงตามทางลาดวน ผู้ชมจะได้ "เดินทางข้ามเวลา" ย้อนลำดับเหตุการณ์ ผ่านบทสำคัญในประวัติศาสตร์สิงคโปร์ ด้วยภาพฉายบนผนังที่มีชีวิตชีวา เสริมด้วยฉากเสียงอันสมจริง การเดินทางสิ้นสุดลง ณ ฐานของ Glass Rotunda ซึ่งมีม่านน้ำตกดิจิทัลเผยภาพเหตุการณ์ในอดีตของสิงคโปร์ พร้อมการแสดงสื่อชวนดื่มด่ำที่เล่าเรื่องตำนานเกี่ยวกับต้นกำเนิดของชาติ

เพื่อสานต่อการสำรวจประวัติศาสตร์ ผู้เข้าชมสามารถรับชมนิทรรศการ Once Upon a Tide: Singapore’s Journey from Settlement to Global City ซึ่งจัดแสดงจนถึงวันที่ 9 ตุลาคม 2569 เพื่อเรียนรู้ว่าทะเลและแม่น้ำมีบทบาทอย่างไรในการหล่อหลอมสิงคโปร์ จากท่าเรือที่คึกคักในศตวรรษที่ 14 สู่ศูนย์กลางที่ทรงอิทธิพลระดับโลกในปัจจุบัน

นิทรรศการนี้จัดแสดงโบราณวัตถุกว่า 350 ชิ้นจากคอลเลกชันแห่งชาติของสิงคโปร์ แบ่งออกเป็นห้าหมวดธีมหลัก แต่ละส่วนสะท้อนแง่มุมต่าง ๆ ของพัฒนาการของประเทศ และถ่ายทอดผ่านการเล่าเรื่องเชิงประสบการณ์ ผู้เข้าชมจะได้ค้นพบรากเหง้าทางประวัติศาสตร์อันลึกซึ้งของเกาะ ผ่านแผนที่และเรื่องราวการค้าขายตามลำน้ำสิงคโปร์ในยุคแรก ซึ่งเคยเป็นเส้นเลือดหลักของชุมชนตั้งถิ่นฐานระยะแรก พร้อมร่วมกิจกรรม Sampan Challenge เพื่อทดลองพาผู้โดยสารข้ามแม่น้ำ ในช่วงท้ายของนิทรรศการ เรื่องราวจะร้อยเรียงผ่านคำบอกเล่าบุคคลที่หนึ่ง ภาพถ่าย สิ่งของส่วนตัว และแม้กระทั่งแบบทดสอบภาษา Singlish ดิจิทัล เพื่อสดุดีชาวสิงคโปร์และองค์กรท้องถิ่นที่สร้างอิทธิพลในระดับโลก

ในแต่ละโซน ผู้เข้าชมจะได้รับเชิญให้ร่วมไตร่ตรองถึงวิวัฒนาการของอัตลักษณ์สิงคโปร์ ผ่านคำถามที่ตอบด้วยสายรัดข้อมือ RFID คำตอบของผู้ชมจะเผยอวตารหนึ่งในสี่รูปแบบ ซึ่งสะท้อนค่านิยมและแรงปรารถนาของตนเอง และเปิดโอกาสให้ทุกคนมีส่วนร่วมในการกำหนดภาพอนาคตของสิงคโปร์ร่วมกัน

ประสบการณ์ทั้งสองนี้ผสานกันเป็นการเดินทางต่อเนื่อง ที่เชื้อเชิญให้ผู้เข้าชมได้สำรวจ สัมผัส และใคร่ครวญประวัติศาสตร์ของสิงคโปร์ข้ามศตวรรษ

ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ของพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติสิงคโปร์ รวมถึง Facebook หรือ Instagram

Source : พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติสิงคโปร์ร่วมเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 60 ปีของชาติ ด้วยสองประสบการณ์ใหม่เพื่อถ่ายทอดเรื่องราววิวัฒนาการของสิงคโปร์

The information provided in this article was created by Cision PR Newswire, our news partner.The author's opinions and the content shared on this page are their own and may not necessarily represent the perspectives of ThailandChina.
Continue Reading