ข่าวประชาสัมพันธ์
ผู้บริโภคชาวไทยมีแนวทางที่สมดุลและเป็นรูปธรรมมากขึ้นในการลดการบริโภคน้ำตาล
ภาพรวม: มาตรฐานใหม่ของประเทศไทยที่กำหนดให้ "ความหวานปกติ = ความหวาน 50%" สำหรับเครื่องดื่มชง ซึ่งเปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2569 เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ผู้บริโภคกำลังเอนเอียงไปสู่การลดน้ำตาลอย่างเป็นรูปธรรมโดยยังคงรสชาติไว้ ตามผลการวิจัยของมินเทล ขณะที่กรมอนามัยได้ปรับระดับความหวานเริ่มต้นให้เหลือเพียงครึ่งหนึ่งของระดับปัจจุบันเพื่อลดความเสี่ยงของโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ที่เพิ่มสูงขึ้น แบรนด์ต่าง ๆ จึงมีโอกาสสำคัญในการปรับตัวให้สอดคล้องกับกระแสการส่งเสริมสุขภาพระดับประเทศ พร้อมตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่นิยมการเปลี่ยนแปลงแบบค่อยเป็นค่อยไปและทำได้จริง
กรุงเทพฯ, 4 มีนาคม 2569 /PRNewswire/ — งานวิจัยใหม่จากมินเทล (Mintel) แสดงให้เห็นว่าผู้บริโภคชาวไทยตระหนักถึงการบริโภคน้ำตาลของตนเองมากขึ้น แม้ว่า 44% ของผู้บริโภคระบุว่าพยายาม "ลดน้ำตาลอย่างเคร่งครัด" แต่การเลือกบริโภคในชีวิตประจำวันยังสะท้อนถึงแนวทางที่ค่อยเป็นค่อยไปและเน้นความเป็นจริง มากกว่าการหลีกเลี่ยงโดยสิ้นเชิง
ข้อมูลจาก Mintel Global New Products Database ยังชี้ให้เห็นถึงการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องของผลิตภัณฑ์ที่ลดน้ำตาลในประเทศไทย ในปี 2568 หมวดหมู่ที่มีสัดส่วนการเปิดตัวผลิตภัณฑ์เพิ่มขึ้น ในกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ีกล่าวอ้างเรื่องการลดน้ำตาล ได้แก่ ์เครื่องดื่มทดแทนมื้ออาหาร(12%) โยเกิร์ตพร้อมดื่ม (6%) และชาพร้อมดื่ม (4%)
ผู้คนลดน้ำตาลในหมวดหมู่ที่สังเกตเห็นได้ชัดที่สุด
ผู้บริโภคมีแนวโน้มลดน้ำตาลมากที่สุดในหมวดหมู่ที่ความหวานเห็นได้ชัด ขนมหวานและของหวาน (67%) และเครื่องดื่มหวานพร้อมดื่ม (61%) เป็นหมวดหมู่หลักที่พวกเขาวางแผนจะลดลง เมื่อเปรียบเทียบกันแล้ว น้ำตาลที่พบในอาหารประจำวัน เช่น ซอสและเครื่องปรุง รวมถึงผลิตภัณฑ์นม มักถูกมองว่ามีหน้าที่เชิงการใช้งานหรือฝังรากในวัฒนธรรม จึงมีแนวโน้มลดน้อยกว่า (33% และ 24% ตามลำดับ) หมวดหมู่เหล่านี้ถูกมองว่าเป็นส่วนหนึ่งของการกินตามปกติ มากกว่าเป็น "ความตามใจปากที่เติมเพิ่มเข้าไป"
ความชอบด้านความหวานแตกต่างกันอย่างมากตามกลุ่มประชากร
รสชาติยังคงเป็นปัจจัยสำคัญในการลดน้ำตาล แม้ว่า 40% ของคนไทยจะชอบเครื่องดื่มที่มีความหวานเต็มระดับ แต่ 36% ชอบตัวเลือกที่หวานน้อยกว่า และ 24% ยังไม่ตัดสินใจ ผู้บริโภควัยหนุ่มสาว โดยเฉพาะผู้ชายอายุ 18–34 ปี มักชอบความหวานเต็มที่ ขณะที่ผู้หญิงอายุมากกว่า 55 ปีมีแนวโน้มเลือกเครื่องดื่มน้ำตาลต่ำมากกว่า แม้ในกลุ่มผู้บริโภคที่ระบุว่าพยายาม "ลดน้ำตาลอย่างเคร่งครัด" ความชอบก็ไม่ได้ตายตัว โดย 18% ชอบความหวาน 100% อย่างชัดเจน ขณะที่ 17% ไม่เห็นด้วยกับแนวคิดดังกล่าว สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นว่าความทนต่อความหวานขึ้นอยู่กับบริบทหรือโอกาส มากกว่าจะเป็นกฎตายตัว
เกือบสองในสามของผู้บริโภคชาวไทยระบุว่ายินดีจ่ายเพิ่มสำหรับเครื่องดื่มลดน้ำตาล ขณะที่น้อยกว่าครึ่งหนึ่งยินดีจ่ายเพิ่มเพื่อคงรสหวานแบบเดิม แม้ประเทศไทยจะยังคงมีภาษีน้ำตาลอยู่ งานวิจัยของมินเทลชี้ว่าหลายคนมองว่าการลดน้ำตาลเป็น "มูลค่าเพิ่ม" ในขณะที่รสชาติดั้งเดิมเป็นสิ่งที่คาดหวังอยู่แล้ว ไม่ใช่คุณสมบัติพิเศษที่ควรต้องจ่ายเพิ่ม
"ผู้บริโภคตอบสนองเชิงบวกมากที่สุดต่อคำกล่าวอ้างที่เรียบง่ายและเน้นความก้าวหน้า เช่น ‘น้ำตาลต่ำ’ หรือ ‘ลดน้ำตาล’ ข้อความเหล่านี้ให้ความรู้สึกว่าทำได้จริงและนำไปใช้ได้ในชีวิตประจำวัน ในทางกลับกัน คำกล่าวอ้างที่มีความเป็นเทคนิคหรือเป็นข้อกำหนดเด็ดขาดมากกว่า เช่น ‘ปราศจากน้ำตาล’ ‘ให้ความหวานด้วยไฟเบอร์’ หรือ ‘ค่า GI ต่ำ’ อาจถูกมองว่าเข้มงวดเกินไปหรือซับซ้อนเกินไปสำหรับการตัดสินใจในแต่ละวัน" คุณภูริสา ฟักอุดม นักวิเคราะห์อาหารและเครื่องดื่ม Mintel Reports ประเทศไทย กล่าว
"แม้ว่าคำกล่าวอ้างอย่าง ‘ปราศจากน้ำตาล’ และ ‘ไม่เติมน้ำตาล’ จะยังพบได้ทั่วไปในตลาด แต่แบรนด์อาจประสบความสำเร็จมากกว่าหากสื่อสารด้วยคำกล่าวอ้างที่เรียบง่ายและเน้นการลดสำหรับผู้บริโภคในวงกว้าง และใช้คำกล่าวอ้างเชิงเทคนิคในจุดที่เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมายเฉพาะ"
ผู้บริโภคยังคงระมัดระวังต่อสารทดแทนน้ำตาล
มีผู้บริโภคเพียง 27% ที่ระบุว่ายินดีเปลี่ยนไปใช้เกลือหรือสารทดแทนน้ำตาล ตัวเลือกที่คุ้นเคย เช่น สตีเวียและน้ำผึ้ง ยังคงได้รับความนิยมมากที่สุด ขณะที่สารให้ความหวานรุ่นใหม่ เช่น หล่อฮังก๊วย และน้ำตาลแอลกอฮอล์ (เช่น มอลทิทอล ไซลิทอล) มักถูกมองว่ามีความเป็นเทคนิคหรือไม่คุ้นเคยมากกว่า
นอกจากนี้ ยังมีความสนใจเพิ่มขึ้นในการใช้สารอาหารเป็นทางเลือกแทนน้ำตาล โดยผู้บริโภคประมาณหนึ่งในสี่เปิดรับการแทนที่น้ำตาลด้วยโภชนาการรูปแบบอื่น ซึ่งไฟเบอร์และโปรตีนเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจที่สุด อย่างไรก็ตาม ตามความเห็นของคุณภูริสา การให้ความรู้ที่ชัดเจนยิ่งขึ้นจะช่วยให้ผู้บริโภคเข้าใจได้ดีขึ้นว่าส่วนผสมเหล่านี้สามารถสนับสนุนการรับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพได้อย่างไร
"โดยรวมแล้ว ผลการวิจัยชี้ให้เห็นว่าผู้บริโภคชาวไทยไม่ได้มองหาการเปลี่ยนแปลงแบบสุดโต่ง แต่กำลังมองหาผลิตภัณฑ์ที่สมดุล ซึ่งช่วยให้พัฒนาพฤติกรรมได้อย่างค่อยเป็นค่อยไปโดยไม่ต้องแลกกับรสชาติ" เธอกล่าวเสริม
Source : ผู้บริโภคชาวไทยมีแนวทางที่สมดุลและเป็นรูปธรรมมากขึ้นในการลดการบริโภคน้ำตาล
The information provided in this article was created by Cision PR Newswire, our news partner.The author's opinions and the content shared on this page are their own and may not necessarily represent the perspectives of ThailandChina.




