Connect with us
ผลสำรวจใหม่พบ ความผูกพันของพนักงานทั่วโลกแตะระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ปี 2563 ผลสำรวจใหม่พบ ความผูกพันของพนักงานทั่วโลกแตะระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ปี 2563

ข่าวประชาสัมพันธ์

ผลสำรวจใหม่พบ ความผูกพันของพนักงานทั่วโลกแตะระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ปี 2563

Published

on

ผลสำรวจใหม่พบ ความผูกพันของพนักงานทั่วโลกแตะระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ปี 2563

สภาวะพนักงานขาดความผูกพันต่อองค์กร ฉุดเศรษฐกิจโลกสูญเสียผลิตภาพกว่า 10 ล้านล้านดอลลาร์

วอชิงตัน, 8 เมษายน 2569 /PRNewswire/ — ระดับความผูกพันของพนักงานทั่วโลกปรับตัวลดลงเหลือ 20% ในปี 2568 จากที่เคยขึ้นไปแตะระดับสูงสุดที่ 23% ในปี 2565 ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่ Gallup บันทึกสถิติการลดลงของความผูกพันทั่วโลกติดต่อกันเป็นเวลาสองปี โดยรายงานสถานะสถานที่ทำงานทั่วโลก หรือ State of the Global Workplace ฉบับล่าสุดของ Gallup พบว่า แม้ภาพรวมในระยะยาวมีทิศทางที่ดีขึ้น โดยเพิ่มขึ้นถึง 8 จุดนับตั้งแต่ปี 2552 แต่การชะลอตัวลงในช่วงที่ผ่านมาสะท้อนให้เห็นความท้าทายที่เพิ่มมากขึ้นสำหรับองค์กรต่าง ๆ ทั่วโลก

ระดับความผูกพันที่เปลี่ยนแปลงไปทุก ๆ หนึ่งเปอร์เซ็นต์ เทียบเท่ากับจำนวนพนักงานประมาณ 21 ล้านคนทั่วโลก แม้แนวโน้มในระยะยาวจะบ่งชี้ถึงคุณภาพชีวิตการทำงานที่ดีขึ้นของพนักงานหลายล้านคน แต่การลดลงอย่างต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมายังคงเป็นประเด็นที่น่ากังวล

นอกจากนี้ สภาวะความผูกพันที่ต่ำยังส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อต้นทุนทางเศรษฐกิจ โดยในปี 2567 การที่พนักงานขาดความผูกพันต่อองค์กรได้สร้างความสูญเสียต่อผลิตภาพในระดับโลกคิดเป็นมูลค่าประมาณ 10 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือเทียบเท่า 9% ของ GDP โลก

ทั้งนี้ การลดลงของความผูกพันในปี 2568 นั้นเกิดขึ้นเป็นวงกว้างในภูมิภาคต่าง ๆ โดยไม่มีพื้นที่ใดที่มีอัตราความผูกพันเพิ่มขึ้นเลย ซึ่งเอเชียใต้ถือเป็นภูมิภาคที่มีสัดส่วนลดลงมากที่สุด (ลดลง 5 จุด)

ผู้จัดการยังคงเป็นปัจจัยหลักที่ฉุดระดับความผูกพันพนักงานร่วงลงต่อเนื่องทั่วโลก

การลดลงของระดับความผูกพันทั่วโลกในช่วงที่ผ่านมา ส่วนใหญ่เป็นผลมาจากความผูกพันในกลุ่มผู้จัดการที่ดิ่งลงอย่างเห็นได้ชัด โดยนับตั้งแต่ปี 2565 ระดับความผูกพันของผู้จัดการลดลงถึง 9 จุด ซึ่งลดลงถึง 5 จุดเฉพาะในปี 2568 เพียงปีเดียว (จาก 27% เหลือเพียง 22%) ในขณะที่ระดับความผูกพันของพนักงานระดับปฏิบัติการส่วนใหญ่ยังคงอยู่ในเกณฑ์คงที่

ตามสถิติที่ผ่านมานั้น กลุ่มผู้จัดการมักจะมีระดับความผูกพันต่อองค์กรสูงกว่าพนักงานในการดูแลมาโดยตลอด แต่ในปัจจุบันช่องว่างดังกล่าวกลับแคบลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยระดับความผูกพันของผู้จัดการลดลงมาอยู่ในระดับที่ใกล้เคียงกับพนักงานทั่วไป ซึ่งสะท้อนให้เห็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของพลวัตในสถานที่ทำงาน

ข้อมูลในระดับภูมิภาคยิ่งตอกย้ำให้เห็นถึงแนวโน้มดังกล่าว โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียใต้ ซึ่งมีอินเดียเป็นตัวแปรหลัก พบว่าระดับความผูกพันของผู้จัดการดิ่งลงถึง 8 จุดในปี 2568 สอดคล้องกับการลดจำนวนผู้จัดการ ซึ่งสะท้อนว่าการปรับโครงสร้างองค์กรให้แบนราบขึ้นอาจเป็นปัจจัยที่ทำให้ความผูกพันต่อองค์กรลดน้อยลง

ผู้จัดการยังมีบทบาทสำคัญต่อเทรนด์ใหม่ ๆ ในสถานที่ทำงานด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะในเรื่องการนำปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้ ซึ่งผลการวิจัยของ Gallup ในสหรัฐฯ พบว่า การที่ผู้จัดการได้ริเริ่มโครงการต่าง ๆ และวางรากฐานระบบ คือกุญแจสำคัญที่ขับเคลื่อนให้เกิดการใช้งาน AI อย่างจริงจังภายในองค์กร

"รายงานฉบับนี้ได้กำหนดบรรทัดฐานระดับโลกเกี่ยวกับประสิทธิผลของการบริหารจัดการในยุค AI" คุณ Jon Clifton ซีอีโอของ Gallup กล่าว "ขณะที่ภาคธุรกิจกำลังลงทุนมหาศาลในเทคโนโลยี AI แต่ผลลัพธ์ที่ได้กลับยังไม่สะท้อนออกมาในผลประกอบการ ซึ่งข้อมูลของ Gallup ชี้ให้เห็นคำตอบที่โลกธุรกิจส่วนใหญ่มักมองข้ามไป นั่นก็คือตัวผู้จัดการนั่นเอง"

มุมมองต่อตลาดแรงงานโลกยังทรงตัว แม้แต่ละภูมิภาคส่งสัญญาณแตกต่างกัน

พนักงานราวครึ่งหนึ่ง (52%) มองว่าช่วงเวลานี้เป็น "โอกาสที่ดี" ในการหางาน ซึ่งเพิ่มขึ้น 1 จุดในปี 2568 โดยความเชื่อมั่นต่อตลาดแรงงานปรับตัวดีขึ้นในกลุ่มพนักงานที่ต้องเข้าปฏิบัติงานในพื้นที่ แต่กลับลดลงในกลุ่มพนักงานที่ทำงานจากทางไกล หรือกลุ่มที่สามารถทำงานจากทางไกลได้ ซึ่งน่าจะเป็นผลมาจากโอกาสในการจ้างงานรูปแบบดังกล่าวที่มีจำนวนลดน้อยลง

เมื่อพิจารณาเป็นรายภูมิภาค พบว่าออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ (ลดลง 12 จุด) รวมถึงสหรัฐอเมริกาและแคนาดา (ลดลง 10 จุด) เป็นภูมิภาคที่มีความเชื่อมั่นต่อตลาดแรงงานลดลงรุนแรงที่สุด

แม้ระดับความเชื่อมั่นในออสเตรเลียและนิวซีแลนด์จะยังคงสูงกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลก แต่ในขณะนี้สหรัฐอเมริกาและแคนาดากลับกลายเป็นหนึ่งในกลุ่มภูมิภาคที่มองทิศทางตลาดแรงงานในแง่บวกน้อยที่สุดในโลก

สุขภาวะพนักงานทั่วโลกเริ่มกระเตื้อง แต่ยังคงเผชิญแรงกดดันรอบด้าน

สุขภาวะของพนักงานทั่วโลกปรับตัวดีขึ้นเป็นครั้งแรกในรอบ 3 ปี โดยมีพนักงาน 34% ที่ถูกจัดอยู่ในกลุ่มชีวิตรุ่งโรจน์ ซึ่งเพิ่มขึ้น 1 จุดจากปี 2567 โดยมีภูมิภาคลาตินอเมริกา แคริบเบียน และยุโรป เป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนทิศทางบวกนี้

อย่างไรก็ตาม อารมณ์ในเชิงลบที่เกิดขึ้นระหว่างวัน ทั้งความเครียด ความโกรธ และความเศร้า ยังคงมีสัดส่วนที่สูงกว่าระดับก่อนเกิดสถานการณ์แพร่ระบาด ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่ามุมมองที่พนักงานมีต่อการใช้ชีวิตและการทำงานได้เปลี่ยนไปอย่างถาวร

ในด้านของกลุ่มผู้นำองค์กร แม้จะมีคะแนนสุขภาวะและความผูกพันต่อองค์กรโดยรวมสูงกว่าพนักงานระดับปฏิบัติการ แต่กลุ่มคนเหล่านี้กลับต้องเผชิญกับความเครียด ความโกรธ ความเศร้า รวมถึงความโดดเดี่ยวในแต่ละวันมากกว่าอย่างเห็นได้ชัด ท่ามกลางความท้าทายดังกล่าว ความผูกพันต่อองค์กรได้ก้าวมาเป็นปัจจัยปกป้องที่สำคัญ เพราะผู้จัดการที่มีความผูกพันต่อองค์กรสูงจะมีระดับอารมณ์เชิงลบที่ต่ำกว่า และมีแนวโน้มที่จะมีสุขภาวะที่ดีกว่ากลุ่มผู้จัดการที่ขาดความผูกพันต่อองค์กรอย่างมีนัยสำคัญ

เกี่ยวกับ Gallup
Gallup นำเสนอข้อมูลวิเคราะห์และคำแนะนำ เพื่อช่วยให้ผู้นำและองค์กรต่าง ๆ แก้ไขปัญหาท้าทายที่เร่งด่วนที่สุดได้ Gallup สั่งสมประสบการณ์มายาวนานกว่า 80 ปี ทั้งยังมีเครือข่ายการดำเนินงานที่ครอบคลุมทั่วโลก จึงมีความเชี่ยวชาญในการเข้าถึงทัศนคติและพฤติกรรมของพนักงาน ลูกค้า นักเรียนนักศึกษา ตลอดจนพลเมือง ได้ลึกซึ้งกว่าองค์กรใดในโลก

โลโก้ – https://mma.prnasia.com/media2/2928688/Gallup_CORP_P_b_cmyk_Logo.jpg?p=medium600 

Source : ผลสำรวจใหม่พบ ความผูกพันของพนักงานทั่วโลกแตะระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ปี 2563

The information provided in this article was created by Cision PR Newswire, our news partner.The author's opinions and the content shared on this page are their own and may not necessarily represent the perspectives of ThailandChina.
Continue Reading