Connect with us

ข่าวประชาสัมพันธ์

ประเทศในเอเชียครองแชมป์หนังสือเดินทางทรงอิทธิพล ขณะที่สหรัฐฯ และสหราชอาณาจักรยังคงตกอันดับต่อเนื่อง

Published

on

ลอนดอน, 22 กรกฎาคม 2568 /PRNewswire/ — สิงคโปร์ครองตำแหน่งหนังสือเดินทางทรงอิทธิพลที่สุดในโลก โดยพลเมืองสามารถเดินทางไปยังจุดหมายปลายทางต่าง ๆ โดยไม่ต้องขอวีซ่าได้ถึง 193 แห่ง จากทั้งหมด 227 แห่งทั่วโลก ตามรายงานล่าสุดจาก Henley Passport Index ดัชนีนี้ใช้ข้อมูลเฉพาะจาก Timatic ซึ่งจัดทำโดย สมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ (International Air Transport Association: IATA) และจัดอันดับหนังสือเดินทางของทุกประเทศทั่วโลกตามจำนวนจุดหมายปลายทางที่ผู้ถือหนังสือเดินทางสามารถเดินทางเข้าได้โดยไม่ต้องขอวีซ่าล่วงหน้า ประเทศในเอเชียยังคงเป็นผู้นำด้านความคล่องตัวในการเดินทางทั่วโลก โดยมีญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ครองอันดับที่ 2 ร่วมกัน ซึ่งทั้งสองประเทศเปิดโอกาสให้พลเมืองของตนสามารถเดินทางเข้าได้ถึง 190 แห่งโดยไม่ต้องขอวีซ่า

กลุ่มประเทศยุโรปที่มีบทบาทสำคัญก็ครองตำแหน่งที่เหลือใน 5 อันดับแรก โดยหนังสือเดินทางของ 7 ประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปครองอันดับที่ 3 ร่วมกัน ได้แก่ เดนมาร์ก ฟินแลนด์ ฝรั่งเศส เยอรมนี ไอร์แลนด์ อิตาลี และสเปน ซึ่งเดินทางไปยังจุดหมายปลายทางได้ 189 แห่งโดยไม่ต้องขอวีซ่า ส่วนกลุ่มประเทศยุโรปอีก 7 ประเทศ ซึ่งสามารถเดินทางเข้าได้โดยไม่ต้องขอวีซ่าจำนวน 188 แห่ง ต่างครองอันดับที่ 4 ร่วมกัน ได้แก่ ออสเตรีย เบลเยียม ลักเซมเบิร์ก เนเธอร์แลนด์ นอร์เวย์ โปรตุเกส และสวีเดน ขณะที่นิวซีแลนด์ ซึ่งเป็นประเทศเดียวที่สามารถท้าทายการครองอันดับต้น ๆ ของยุโรป ก็เข้ามาติดอันดับที่ 5 ร่วมกับกรีซและสวิตเซอร์แลนด์

ส่วนในอีกด้านหนึ่งของระดับความคล่องตัวในการเดินทางทั่วโลกนั้น อัฟกานิสถานยังคงอยู่ท้ายสุดของการจัดอันดับ โดยพลเมืองสามารถเดินทางไปยังจุดหมายโดยไม่ต้องขอวีซ่าล่วงหน้าได้เพียง 25 แห่ง ซึ่งแสดงให้เห็นถึงช่องว่างระหว่างหนังสือเดินทางที่ทรงอิทธิพลที่สุดและอ่อนแอที่สุดในโลกที่แตกต่างกันอย่างน่าตกใจถึง 168 แห่ง

ประเทศที่ไต่อันดับและตกอันดับมากที่สุด

สหราชอาณาจักรและสหรัฐอเมริกาต่างก็ร่วงลงอีกหนึ่งอันดับในดัชนีหนังสือเดินทางโลกตั้งแต่เดือนมกราคมที่ผ่านมา ซึ่งสะท้อนแนวโน้มการลดลงอย่างต่อเนื่องในระยะยาว โดยในอดีตหนังสือเดินทางของทั้งสองประเทศเคยทรงอิทธิพลมากที่สุดในโลก กล่าวคือ สหราชอาณาจักรเมื่อปี 2558 และสหรัฐฯ ในปี 2557 แต่ปัจจุบันอยู่ในอันดับที่ 6 และ 10 ตามลำดับ โดยขณะนี้ สหราชอาณาจักรสามารถเดินทางไปยังจุดหมายปลายทางโดยไม่ต้องขอวีซ่าได้ 186 แห่ง ส่วนสหรัฐฯ ตามหลังด้วย 182 แห่ง ซึ่งเป็นระดับที่ทำให้สหรัฐฯ ใกล้จะหลุดจาก 10 อันดับแรกเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ 20 ปีของการจัดทำดัชนีนี้

ดร. Christian H. Kaelin ผู้คิดค้นแนวคิดดัชนีหนังสือเดินทางกล่าวว่า "ชาติผู้นำด้านความคล่องตัวในการเดินทางแต่เดิมกำลังสูญเสียความได้เปรียบในโลกที่มีหลายขั้วอำนาจเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ขณะที่ประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่เริ่มเปิดเสรีนโยบายวีซ่าและลงทุนด้านความสัมพันธ์ทางการทูต ชาติมหาอำนาจเดิมอย่างสหราชอาณาจักรและสหรัฐอเมริกากลับดูเหมือนกำลังถอยหลังด้วยการใช้นโยบายการเข้าประเทศที่เข้มงวดมากขึ้น"

สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ยังคงโดดเด่นในกลุ่มประเทศที่ไต่อันดับสูงสุด โดยพุ่งสูงขึ้นถึง 34 อันดับในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา จากอันดับที่ 42 ขึ้นมาอยู่อันดับที่ 8 อีกหนึ่งประเทศอันดับพุ่งสูงที่น่าจับตามองคือจีน ซึ่งกระโดดขึ้นมา 34 อันดับเช่นกัน จากอันดับที่ 94 สู่อันดับที่ 60 นับตั้งแต่ปี 2558 ซึ่งถือเป็นความก้าวหน้าที่น่าประทับใจเป็นพิเศษ เนื่องจากจีนยังไม่ได้รับสิทธิ์ให้สามารถเดินทางเข้าเขตเชงเก้นของยุโรปโดยไม่ต้องขอวีซ่า ซึ่งต่างจากประเทศที่อันดับพุ่งสูงอื่น ๆ

นอกจากนี้ ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกยังเป็นแรงผลักดันสำคัญของการเดินทางทั่วโลก Willie Walsh ผู้อำนวยการทั่วไปของ IATA กล่าวว่า ความต้องการเดินทางทางอากาศโดยรวมมีอัตราเติบโตอย่างแข็งแกร่งที่ 5.8% ในช่วงห้าเดือนแรกของปี 2568 แม้มีความแตกต่างกันบ้างในแต่ละภูมิภาค "สายการบินในเอเชียแปซิฟิกเป็นผู้นำด้วยอัตราการเติบโต 9.5% ขณะที่ในอเมริกาเหนือ การเดินทางระหว่างประเทศเติบโตขึ้น 1.8% แต่ถูกหักล้างด้วยการหดตัวของตลาดภายในประเทศ 1% ส่งผลให้โดยรวมแล้ว ความต้องการเดินทางแทบไม่เปลี่ยนแปลงในช่วงเวลาดังกล่าว"

อ่านข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับเต็ม

Source : ประเทศในเอเชียครองแชมป์หนังสือเดินทางทรงอิทธิพล ขณะที่สหรัฐฯ และสหราชอาณาจักรยังคงตกอันดับต่อเนื่อง

The information provided in this article was created by Cision PR Newswire, our news partner.The author's opinions and the content shared on this page are their own and may not necessarily represent the perspectives of ThailandChina.
Continue Reading
Click to comment

You must be logged in to post a comment Login

Leave a Reply