ข่าวประชาสัมพันธ์
EDC และ EXIM Thailand ร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจเพื่อส่งเสริมความร่วมมือด้านการค้าและการลงทุน ระหว่างแคนาดาและประเทศไทย
![]() |
ความร่วมมือเพื่อสนับสนุนการดำเนิน โครงการร่วมและสำรวจโอกาสด้านการค้าและการลงทุนในแคนาดา ไทย และภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก
กรุงเทพฯ, 3 กรกฎาคม 2569 /PRNewswire/ — Export Development Canada (EDC) ซึ่งเป็นหน่วยงานให้สินเชื่อเพื่อการส่งออกของแคนาดา และธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM Thailand) ซึ่งเป็นสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐภายใต้กระทรวงการคลัง ได้ร่วมลงนามในบันทึกความเข้าใจ (Memorandum of Understanding: MOU) เพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์ด้านการค้าและการลงทุนระหว่างสองประเทศ ตลอดจนขยายความร่วมมือในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โดยการลงนามดังกล่าวเกิดขึ้นในโอกาสครบรอบ 65 ปี ของการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างแคนาดาและประเทศไทย
บันทึกความเข้าใจฉบับนี้กำหนดกรอบความร่วมมือระหว่างทั้งสององค์กรเพื่อสนับสนุนโครงการต่าง ๆ ของทั้งสองประเทศและทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก รวมถึงส่งเสริมความร่วมมือในภาคส่วนที่ทั้งสองฝ่ายให้ความสำคัญร่วมกัน ภายใต้บันทึกความเข้าใจดังกล่าว EDC และ EXIM Thailand จะร่วมกันแสวงหาโอกาสในการสนับสนุนด้านการเงิน แลกเปลี่ยนข้อมูลเชิงลึกด้านตลาด และอำนวยความสะดวกในการสร้างโอกาสทางธุรกิจระหว่างบริษัทแคนาดาและไทย
ความร่วมมือภายใต้บันทึกความเข้าใจฉบับนี้ มุ่งเน้นในสาขาที่สำคัญซึ่งสอดคล้องกับจุดแข็งทางเศรษฐกิจของทั้งสองประเทศและความต้องการของตลาดโลก ได้แก่ อุตสาหกรรมเกษตรและอาหาร เทคโนโลยีสะอาดและการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน อุตสาหกรรมดิจิทัล การผลิตขั้นสูง และแร่ธาตุสำคัญ นอกจากนี้ ความร่วมมือดังกล่าวยังครอบคลุมถึงการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านแนวปฏิบัติเพื่อความยั่งยืน การบริหารความเสี่ยง และ การเงินเพื่อความยั่งยืน
ความร่วมมือครั้งนี้สอดคล้องกับความมุ่งมั่นของแคนาดาในการเพิ่มความหลากหลายทางการค้าและยกระดับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจกับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกซึ่งมีความสำคัญเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องต่อผู้ส่งออกและนักลงทุนของแคนาดา อีกทั้งยังสะท้อนถึงเจตนารมณ์ร่วมกันของ EDC และ EXIM Thailand ในการส่งเสริมความร่วมมือและสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนในสาขาที่ทั้งสองฝ่ายมีความสนใจร่วมกัน
แคนาดาและประเทศไทยมีความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยได้รับแรงสนับสนุนจากการขยายตัวของการค้าและการลงทุน รวมถึงความร่วมมือที่เพิ่มขึ้นในสาขาที่สำคัญต่าง ๆ โดยในปี 2568 มูลค่าการค้าสินค้าระหว่างแคนาดาและประเทศไทยอยู่ที่ประมาณ 7.4 พันล้านดอลลาร์แคนาดา ซึ่งยังมีโอกาสเติบโตอย่างต่อเนื่องในสาขาต่าง ๆ อาทิ อุตสาหกรรมเกษตรและอาหาร โครงสร้างพื้นฐาน การผลิตขั้นสูง เทคโนโลยีสะอาด และอุตสาหกรรมดิจิทัล
ในปี 2568 มูลค่าการส่งออกของแคนาดาไปยังประเทศไทยอยู่ที่ 1.14 พันล้านดอลลาร์แคนาดา โดยมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยสะสมต่อปี (Compound Annual Growth Rate: CAGR) มากกว่าร้อยละ 7 ในช่วงปี 2563–2568 สินค้าส่งออกสำคัญ 5 อันดับแรกของแคนาดาไปยังประเทศไทย ได้แก่ ปุ๋ย เหล็กและเหล็กกล้า เครื่องจักร เครื่องจักรกลและชิ้นส่วน และเยื่อไม้
สำหรับการลงทุนโดยตรงระหว่างทั้งสองประเทศ ในปี 2567 มูลค่าการลงทุนโดยตรงของแคนาดาในประเทศไทยอยู่ที่ 531 ล้านดอลลาร์แคนาดา ในขณะที่มูลค่าการลงทุนโดยตรงของไทยในแคนาดาอยู่ที่ 692 ล้านดอลลาร์แคนาดา แนวโน้มดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความแข็งแกร่งและแรงส่งที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องของความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างแคนาดาและประเทศไทยในอนาคต
คำกล่าวจากผู้บริหาร
"แคนาดาและประเทศไทยมีความเป็นหุ้นส่วนที่เข้มแข็งและเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยมีรากฐานอยู่บนความร่วมมือและการสร้างโอกาสใหม่ ๆ ให้แก่ภาคธุรกิจของทั้งสองประเทศ ในฐานะคู่ค้ารายใหญ่อันดับสองของแคนาดาในอาเซียน ประเทศไทยถือเป็นหุ้นส่วนสำคัญในการเพิ่มความหลากหลายทางการค้าของแคนาดาและเสริมสร้างการมีส่วนร่วมของเราในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก ความตกลงระหว่าง EDC และ EXIM Thailand ฉบับนี้จะช่วยกระชับความสัมพันธ์ด้านการค้าและการลงทุนระหว่างทั้งสองประเทศให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น ควบคู่ไปกับการเจรจาจัดทำความตกลงการค้าเสรีระหว่างแคนาดาและประเทศไทยภายในปีนี้"
ฯพณฯ มานินเดอร์ ซิดดู รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการค้าระหว่างประเทศแคนาดา
"ความร่วมมือระหว่าง EDC และ EXIM Thailand สะท้อนถึงความมุ่งมั่นร่วมกันในการส่งเสริมการค้าของทั้งสองประเทศ อีกทั้งเสริมสร้างเครือข่ายความเชื่อมโยงทางธุรกิจผ่านความร่วมมือที่ใกล้ชิด พร้อมทั้งสนับสนุนให้บริษัทของแคนาดาและไทยสามารถเข้าถึงโอกาสทางธุรกิจไม่เพียงแต่ในประเทศไทย แต่ยังครอบคลุมถึงภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกในวงกว้าง ความร่วมมือครั้งนี้จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการสนับสนุนอุตสาหกรรมต่าง ๆ อาทิ เทคโนโลยีสะอาด โครงสร้างพื้นฐาน และอุตสาหกรรมดิจิทัล ซึ่งความเชี่ยวชาญของแคนาดาสามารถช่วยขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืนในประเทศไทยและภูมิภาคโดยรวม"
อลิสัน แนนคิเวลล์ ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Export Development Canada (EDC)
"EXIM Thailand ให้ความสำคัญกับความร่วมมือกับ Export Development Canada ซึ่งเป็นก้าวสำคัญในการเสริมสร้างความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศไทยและแคนาดา ซึ่งความร่วมมือของทั้งสองหน่วยงานจะช่วยสนับสนุนการเข้าถึงแหล่งเงินทุน ยกระดับเครือข่ายทางธุรกิจ และสร้างโอกาสใหม่ให้แก่บริษัทไทยและแคนาดาทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก นอกจากนี้ ความร่วมมือของเรายังสะท้อนถึงการให้ความสำคัญร่วมกันด้านการพัฒนาที่ยั่งยืน รวมถึงการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) การเงินเพื่อความยั่งยืน และการบริหารความเสี่ยง เพื่อสนับสนุนการเติบโตที่มีความยืดหยุ่นและยั่งยืนในระยะยาว"
ชลัช รัตนบุญนิธิ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM Thailand)
เกี่ยวกับ EXIM Thailand
ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM Thailand) เป็นสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงการคลัง จัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2536 ซึ่งมีผลใช้บังคับเมื่อวันที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2536 โดยมีวัตถุประสงค์ในการดำเนินธุรกิจเพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการส่งออก การนำเข้า และการลงทุนของไทย เพื่อการพัฒนาประเทศ ผ่านการให้บริการสินเชื่อ การค้ำประกัน การประกันความเสี่ยง และบริการอื่น ๆ ที่เอื้อต่อการบรรลุพันธกิจของธนาคาร
เกี่ยวกับ EDC
Export Development Canada (EDC) เป็นรัฐวิสาหกิจด้านการเงินที่จัดตั้งขึ้นเพื่อสนับสนุนธุรกิจของแคนาดาในการสร้างผลกระทบเชิงบวกทั้งในแคนาดาและในระดับนานาชาติ
EDC มีผลิตภัณฑ์ทางการเงินและองค์ความรู้ที่จำเป็นเพื่อช่วยให้บริษัทแคนาดาสามารถเข้าสู่ตลาดใหม่ด้วยความมั่นใจ ลดความเสี่ยงทางการเงิน และขยายธุรกิจจากระดับท้องถิ่นสู่ระดับโลก
EDC และภาคธุรกิจของแคนาดาร่วมกันขับเคลื่อนการสร้างเศรษฐกิจที่เติบโต เข้มแข็ง และยั่งยืนสำหรับข้อมูลเพิ่มเติมและรายละเอียดเกี่ยวกับบริการของ EDC โปรดติดต่อโทร. 1-800-229-0575 หรือเยี่ยมชมเว็บไซต์ www.edc.ca
The information provided in this article was created by Cision PR Newswire, our news partner.The author's opinions and the content shared on this page are their own and may not necessarily represent the perspectives of ThailandChina.




