ข่าวประชาสัมพันธ์
DIFC เผยรายงาน Future of Finance: ธนาคารผู้ท้าชิงยุคดิจิทัลที่ขับเคลื่อนด้วย AI กำลังพลิกโฉมรูปแบบธุรกิจธนาคาร สะท้อนการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่สุดของอุตสาหกรรมนับตั้งแต่วิกฤตปี 2551
![]() |
ดูไบ, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์, 19 มิถุนายน 2569 /PRNewswire/ — Dubai International Financial Centre (DIFC) ศูนย์กลางการเงินระดับโลกชั้นนำของภูมิภาคตะวันออกกลาง แอฟริกา และเอเชียใต้ เปิดตัวรายงานฉบับที่สองในชุดรายงาน Future of Finance ประจำปี 2569
รายงาน The Changing Face of Banking: Building Resilience Through Change ชี้ให้เห็นว่าความยืดหยุ่นพร้อมตั้งรับปรับตัว (resilience) มากกว่าขนาดองค์กรหรือความเป็นสถาบันดั้งเดิม จะเป็นปัจจัยกำหนดความสำเร็จระยะยาวของธนาคารที่ต้องเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง โดยรายงานดังกล่าววิเคราะห์ว่าธนาคารทั่วโลกจำเป็นต้องปรับรูปแบบการดำเนินงานอย่างไร เพื่อรองรับแรงกระทบจากความเปลี่ยนแปลง พัฒนาอย่างต่อเนื่อง และรักษาความยืดหยุ่นท่ามกลางการเติบโตของ AI ธนาคารผู้ท้าชิงยุคดิจิทัล และความต้องการของตลาดโลกที่เปลี่ยนแปลงไป
ธนาคารผู้ท้าชิงเหล่านี้สร้างขึ้นบนรูปแบบธุรกิจที่ขับเคลื่อนด้วย AI ใช้โครงสร้างพื้นฐานคลาวด์เป็นหลัก และดำเนินงานด้วยโมเดลสินทรัพย์เบา จนกลายเป็นมาตรฐานใหม่ด้านความรวดเร็ว การให้บริการเฉพาะบุคคล และประสิทธิภาพด้านต้นทุน พร้อมทั้งสะท้อนให้เห็นข้อจำกัดของรูปแบบการดำเนินงานแบบดั้งเดิม การเติบโตอย่างรวดเร็วของธนาคารกลุ่มนี้กำลังกดดันให้สถาบันการเงินที่มีอยู่เดิมต้องเร่งสร้างนวัตกรรมเพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขัน ทั้งนี้ หากไม่มีการเปลี่ยนผ่านอย่างจริงจัง กำไรรวมของอุตสาหกรรมอาจลดลงถึง 170,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2573 ส่งผลให้สถาบันการเงินจำนวนมากมีผลตอบแทนต่ำกว่าต้นทุนเงินทุนของตน
Arif Amiri ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ DIFC Authority กล่าวว่า "ในขณะที่อุตสาหกรรมธนาคารโลกกำลังเผชิญการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญที่สุดในรอบเกือบสองทศวรรษ สถาบันการเงินจำเป็นต้องเปิดรับนวัตกรรม ความยืดหยุ่น และความสามารถในการปรับตัว เพื่อเติบโตในภูมิทัศน์ทางการเงินที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว อันมีแรงขับเคลื่อนจาก AI สินทรัพย์ดิจิทัล และการเปลี่ยนแปลงของตลาดโลก ที่ดูไบและ DIFC เรามุ่งมั่นสนับสนุนการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวผ่านระบบนิเวศที่มุ่งสู่อนาคต ซึ่งเชื่อมโยงสถาบันการเงินระดับโลกเข้ากับโอกาสการเติบโตสูงในภูมิภาคตะวันออกกลาง แอฟริกา และเอเชียใต้ พร้อมสนับสนุนให้ธนาคารต่าง ๆ สร้างความคล่องตัวและความยืดหยุ่นที่จำเป็นสำหรับอนาคต"
รายงานระบุว่า ธนาคารที่เริ่มปรับตัวได้อย่างรวดเร็วและเด็ดขาดจะไม่เพียงสามารถรักษาความสามารถในการทำกำไรได้เท่านั้น แต่ยังสามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าใหม่ พื้นที่ตลาดใหม่ และสินทรัพย์ประเภทใหม่ในตลาดชายขอบ ได้อีกด้วย ซึ่งจะช่วยให้ธนาคารเหล่านี้สามารถครองส่วนแบ่งที่มากขึ้นในระบบการเงินโลก
ด้วยทำเลที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ซึ่งเชื่อมโยงโลกตะวันออกและตะวันตก ดูไบจึงเป็นศูนย์กลางที่เอื้อให้ธนาคารสามารถเชื่อมโยงนวัตกรรม FinTech จากตลาดเกิดใหม่เข้ากับแหล่งเงินทุนระดับโลก และเข้าถึงตลาดที่มีศักยภาพการเติบโตสูงทั่วเอเชีย ภูมิภาคอ่าวอาหรับ และแอฟริกา
ธนาคารต่าง ๆ มีแนวโน้มเลือกใช้เขตอำนาจศาลที่มีกฎระเบียบสนับสนุนเป็นพื้นที่นำร่องสำหรับบริการใหม่ รวมถึงการทดสอบความแม่นยำของโมเดลและระบบกำกับดูแลในสภาพแวดล้อมที่มีการควบคุม ก่อนขยายการดำเนินงานในระดับภูมิภาค ทั้งนี้ ในฐานะศูนย์กลางการเงินแห่งแรกของโลกที่ออกแบบขึ้นโดยมี AI เป็นพื้นฐานของระบบ DIFC กำลังผสานความสามารถด้านระบบอัจฉริยะเข้ากับกระบวนการกำกับดูแลและโครงสร้างพื้นฐานของตลาด เพื่อเปิดโอกาสให้บริษัทต่าง ๆ สามารถพัฒนา ทดสอบ และขยายบริการทางการเงินที่ขับเคลื่อนด้วย AI ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
รายงานยังเผยให้เห็นว่า ผู้ประกอบการ สำนักงานบริหารความมั่งคั่งของตระกูล และผู้หญิง เป็นกลุ่มลูกค้าธนาคารที่มีอิทธิพลสูง แต่ความต้องการทางการเงินที่มีลักษณะเฉพาะและเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอของกลุ่มเหล่านี้ยังไม่ได้รับการตอบสนองอย่างเพียงพอ
ภาพประกอบ – https://mma.prnasia.com/media2/2997314/DIFC.jpg?p=medium600
โลโก้ – https://mma.prnasia.com/media2/1874040/DIFC_Logo.jpg?p=medium600
The information provided in this article was created by Cision PR Newswire, our news partner.The author's opinions and the content shared on this page are their own and may not necessarily represent the perspectives of ThailandChina.




