จีน
จีนวางตำแหน่งตัวเองในฐานะพันธมิตรทางเศรษฐกิจที่มั่นคงและเป็นทางเลือกในการ ‘คาดเดาไม่ได้’ ทรัมป์
หลังสงครามโลกครั้งที่สอง สหรัฐฯ สร้างข้อตกลงระหว่างประเทศควบคุมเศรษฐกิจและสิทธิมนุษยชน แต่จีนเพิ่มบทบาททางเศรษฐกิจและการค้า ท่ามกลางความตึงเครียดจากนโยบายทรัมป์
Key Points
-
หลังสงครามโลกครั้งที่สอง สหรัฐฯ และพันธมิตรสร้างข้อตกลงระหว่างประเทศเพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจและความมั่นคง โดนัลด์ ทรัมป์ เชื่อว่าองค์กรเหล่านี้บ่อนทำลายสหรัฐฯ จึงถอนตัวจากบางองค์กร ขณะเดียวกัน จีนก็มุ่งเสริมสร้างบทบาทในเวทีโลกและสร้างพันธมิตรใหม่เพื่อลดอิทธิพลของสหรัฐฯ
-
จีนเข้าร่วมกลุ่มการค้าใหญ่ เช่น RCEP และ BRICS เพื่อเสริมการบูรณาการทางเศรษฐกิจและลดการพึ่งพาเศรษฐกิจสหรัฐฯ ความเคลื่อนไหวนี้สร้างความน่าเชื่อถือในแวดวงนานาชาติและสร้างตำแหน่งที่แข็งแกร่งในตลาดโลก โดยเฉพาะในท่ามกลางวิกฤตการค้า สหรัฐฯ ยังคงสร้างความผันผวนระหว่างประเทศ
- แม้จีนเสริมบทบาทในทางสากล แต่มีปัญหาภายใน เช่น ภาพลักษณ์ในระดับโลกและข้อพิพาทดินแดนในทะเลจีนใต้ ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีการทหาร กลายเป็นข้อกังวลใหม่ ขณะที่อีกหลายประเทศเห็นโอกาสสร้างความร่วมมือกับจีนแทนความสัมพันธ์ที่ไม่แน่นอนกับสหรัฐฯ
หลังสงครามโลกครั้งที่สอง สหรัฐฯ และพันธมิตรตะวันตกได้สร้างข้อตกลงและสถาบันระหว่างประเทศเพื่อส่งเสริมความร่วมมือด้านการป้องกันเศรษฐกิจและสิทธิมนุษยชน แต่นโยบายของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ต่างจากข้อริเริ่มเดิม เขามีมุมมองว่าองค์กรระหว่างประเทศบั่นทอนอธิปไตยของสหรัฐฯ ส่งผลให้ทรัมป์ถอนตัวจากองค์การอนามัยโลกและลดความมุ่งมั่นในสนธิสัญญานาโต้ ขณะนี้จีนเข้ามามีบทบาทนำในเวทีระหว่างประเทศแทน และยังเสริมสร้างบทบาทผ่านกลุ่มการค้าอย่าง RCEP และ BRICS ขณะที่พยายามลดการพึ่งพาเศรษฐกิจสหรัฐฯ
จีนใช้โอกาสนี้ขยายอิทธิพลทางเศรษฐกิจและการเมือง โดยมองว่าเป็นโอกาสทองที่จะเป็นสมดุลระหว่างสหรัฐฯ และโลก นโยบายหนึ่งที่จีนผลักดันคือการเพิ่มความร่วมมือกับประเทศกำลังพัฒนา เช่น แอฟริกา ในขณะที่ความช่วยเหลือของสหรัฐฯ ถดถอยลง จีนพยายามนำเสนอตนเป็นพันธมิตรที่มั่นคง
ปัญหาการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีนยังคงคุกรุ่น ทรัมป์ขึ้นภาษีสินค้าจีนถึง 55% และได้ทำข้อตกลงการค้ากับจีน แต่หลังจาก 18 วันก็กล่าวหาว่าจีนละเมิดข้อตกลง ไม่เพียงแค่กับจีนเท่านั้น ทรัมป์ยังแสดงความลังเลในการกำหนดภาษี จนสร้างความหวาดระแวงให้กับพันธมิตรใกล้ชิดอย่างแคนาดาและเม็กซิโก ขณะที่ประเทศต่างๆ เริ่มมองจีนในแง่มุมที่ดีกว่า เป็นไปได้ว่าจีนจะเป็นพันธมิตรใหม่ที่โลกมองหา
อย่างไรก็ตาม จีนยังเผชิญความท้าทายด้านภาพลักษณ์และความเชื่อถือ เช่น การอ้างสิทธิ์เหนือทะเลจีนใต้และการเสริมเขี้ยวเล็บทางทหาร ซึ่งอาจก่อให้เกิดความกังวลด้านความมั่นคงในภูมิภาค อีกทั้งยังมีข้อกังวลเรื่องความก้าวหน้าในด้านเทคโนโลยีการทหารและความสามารถทางไซเบอร์ที่เพิ่มขึ้น ความไม่แน่นอนในนโยบายของสหรัฐฯ ภายใต้ทรัมป์ทำให้หลายประเทศอาจเล็งเห็นโอกาสที่จะพึ่งพาจีนแทนในฐานะพันธมิตรทางการค้าที่มั่นคงกว่า
Source : จีนวางตำแหน่งตัวเองในฐานะพันธมิตรทางเศรษฐกิจที่มั่นคงและเป็นทางเลือกในการ ‘คาดเดาไม่ได้’ ทรัมป์



